The Propaganda Game: ความจริงที่ไม่อยากให้จริง

9:55 PM NidNok Koppoets 2 Comments

The Propaganda Game
(2015, Álvaro Longoria, B+)





เพิ่งดูเรื่องนี้จบใน Netflix ผู้กำกับหนังชาวสเปน Alejandro Cao De Benós เขาสนใจในประเทศเกาหลีเหนือ เขาอยากเห็นความเป็นอยู่ข้างในประเทศลี้ลับนั้น และทำเป็นหนังสักเรื่อง เขาเลยติดต่อขอความช่วยเหลือจาก Alejandro Cao De Benós ชาวสเปนที่คลั่งไคล้ลัทธิคอมมิวนิสต์แบบเกาหลีเหนือตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น จนสานต่อความฝัน แล้วเข้าไปทำงานในฐานะผู้แทนพิเศษด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ เคยเห็นพี่คนนี้อยู่บ่อยครั้งเวลาเข้าไปดูคลิปเกี่ยวกับกับหลีเหนือ แกเหมือนเป็น Spokeperson เป็นทีมพีอาร์ของประเทศไปแล้ว

Alejandro ให้ทีมงานของ Alvaro เข้ามาถ่ายทำในเกาหลีเหนือได้ โดยมีข้อแม้ (เหมือนกับพวกนักท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เข้าไปเที่ยวในเกาหลีเหนือนั่นแหละ) ว่าคณะของ Alejandro จะต้องอยู่กับทีมถ่ายทำตลอด จัดคอร์สพาไปเที่ยวที่ต่างๆ ให้ ทีมงานไม่สามารถเดินเพ่นพ่านถ่ายอะไรตามใจชอบได้ และแทบจะไม่ปล่อยให้ทีมงานอยู่ตามลำพังเลยด้วย ตามคุมตลอด แต่เราว่าก็คุ้มนะ เพราะด้วยความเส้นใหญ่ของพี่ Alejandro ทำให้หนังสามารถพาเราเข้าไปดูหลายๆ ที่ที่ไม่ค่อยได้เห็นในสารคดี หรือคลิปเกี่ยวกับเกาหลีเหนือบ่อยๆ อย่างเช่นภายในมหาวิทยาลัยคิมอิลซอง หรือในโบสถ์คริสต์ในเมืองเปียงยาง เออ มันมีโบสถ์คริสต์ด้วยอ่ะ งงใช่ป่ะล่ะ

เราชื่นชมวิธีการของผู้กำกับที่จะทำให้ได้มาซึ่งภาพ และคำตอบหลายๆ อย่างที่เขาต้องการ โดยวิธีการที่เขาใช้นั้นไม่ดุดันนะ สังเกตวิธีการตั้งคำถามของ Alvaro ต่อการสัมภาษณ์ทั้งคนเกาหลีเหนือเอง หรือจะ Alejandro นั้นเป็นไปด้วยความเคารพและสนใจใคร่รู้ คือเรารู้แหละว่าเขาฝมองประเทศนี้ไว้ยังไง เพียงแต่วิธีการตั้งคำถาม และการปฏิบัติต่อคน และสิ่งที่เขาเห็นมันไม่ได้เป็นไปเพื่อเมคฟัน เพื่อหาภาพเวียร์ดๆ มาสนองความศิวิไลซ์ของตัวเอง แล้วกดคนที่นั่นให้ต่ำลงหรือเป็นตัวตลกไป เอาจริงๆ ถ้าจะมีใครในหนังดูตลก ก็คงเป็นตา Alejandro นั่นแหละ กับบางครั้งที่เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ และเริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่เขาเชื่อ จนหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดไม่ทัน ตรงนั้นแหละที่น่าสงสารเขาที่สุด

แรกทีเดียวเราดูเรื่องนี้เพราะแค่อยากเห็นภาพอันหายากข้างในประเทศเกาหลีเหนือแค่นั้นแหละ ก็อยากจะเสพความเอ็กโซติก แต่พอตั้งใจดู ตามหนังไปเรื่อยๆ ก็เริ่มหดหู่ปนเศร้า ภาพในเมืองเกาหลีเหนือคมชัดสวยงามระดับ HD (แค่นี้ก็คุ้มแล้วนะ) ที่ที่หนังพาไปเราเคยได้เห็นในภาพนิ่ง หรือคลิปตามยูทูปบ้าง แต่กองถ่ายทำแบบนี้ยังไงก็ให้คุณภาพภาพที่สวยงามกว่าอยู่แล้ว หลายๆ ทิวทัศน์ในเปียงยางสวยมาก และเราได้เห็นมุมที่ผู้คนออกมาใช้ชีวิต แบบที่ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่ เห็นประชาชนที่อ้วนๆ สองสามคน (ชอบมีคำพูดทำนองว่า ทั้งประเทศ มีแต่คิมจองอึนเท่านั้นแหละที่อ้วน วันนี้เห็นคนอ้วนคนนึงละ 555) เห็นเด็กๆ เล่นโรลเลอร์เบลด (ใช่ ที่เราเคยฮิตกันเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว) อยู่ในสวนสาธารณะ มีอากง อาม่า เต้นออกกำลังกาย เห็นอีกมุมที่ไม่ค่อยได้เห็น เกาหลีเหนือในความคิดของเรามันเลยเริ่มมีมิติมากขึ้นนะ แต่ก่อนจะมองมันค่อนข้างแบน

แต่ในภาพที่ดูธรรมดานั้นมันไม่ธรรมดาหรอก ยิ่งถ้ามองจากคนที่อยู่ข้างนอก แค่เห็นการแต่งตัว ตึกรามบ้านช่องในนั้น ยังไงมันก็แปลก แต่ถ้าเราเป็นคนข้างใน ที่โตมาแบบเชื่อฟังไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่เคยเห็นอะไรข้างนอก ไม่เคยตั้งคำถาม ชีวิตพวกเขาก็คงมีความสุขดี เราไม่รู้ความคิดของคนเหล่านั้น เพราะเขาไม่เปิดโอกาสให้สัมภาษณ์ลงลึกกับประชาชนคนเดินถนนได้มาก มีคำถามเดียวที่เข้าใกล้ความออกนอกลู่ และเสียวจะโดนลบฟุตเทจมากที่สุด คือตอนที่ Alvaro ผู้กำกับ ถามเด็กหนุ่มอดีตทหารที่ตอนนี้กำลังเรียนมหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรมรถไฟ ว่า "ความฝันของเขาคืออะไร" เด็กหนุ่มคนนั้นอึ้งไป อึ้งแบบอึ้งจริงๆ ว่า แล้วความฝันของเขาคืออะไร ก่อนที่จะยิ้มๆ แล้วบอกว่า เขาคงอยากทำงานเป็นวิศกรรถไฟ เพื่อรับใช้ท่านผู้นำ เป็นคำตอบที่ทำให้โล่งใจกันไปทุกฝ่าย ไม่ว่ามันจะออกมาจากใจของเขาจริงหรือไม่ก็ตาม

ในช่วงท้าย หนังตั้งคำถามว่า ถ้าเกาหลีเหนือล่มสลายขึ้นมา โลกจะเป็นอย่างไร คำตอบที่โหดร้าย แทบจะจากทุกคนที่ให้สัมภาษณ์ ต่างก็พูดไม่ต่างกันว่า ไม่มีใครอยากให้เกาหลีเหนือล่มสลาย โดยเฉพาะพวกผู้เล่นเบอร์ใหญ่ๆ อย่างจีน อเมริกา รัสเซีย ญี่ปุ่น หรือแม้แต่เกาหลีใต้เองก็ตาม การดำรงอยู่ของรัฐที่ละเมิดและลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์อยู่ทุกวี่วัน สร้างผลประโยชน์มหาศาล และในอีกทาง ก็ไม่เป็นภาระให้กับประเทศเบอร์ใหญ่พวกนี้ พวกเขาจึงยังต้องรักษาความเป็นเกาหลีเหนือเอาไว้ และเล่นเกม Propaganda เกมที่เกาหลีเหนือทำกับประชาชนของพวกเขา สร้างตัวร้าย ตัวตลก ตัวประหลาดอย่างเกาหลีเหนือขึ้นมา และรักษาเจ้าตัวประหลาดตัวนี้เอาไว้ ตราบใดที่ยังไม่มีใครสมประโยชน์กันซักที

บทสรุปหนึ่งที่ผู้ให้สัมภาษณ์พูดเอาไว้จึงสะท้อนความจริงได้ดี เธอคนนั้นบอกว่า บางที คนกลุ่มเดียวที่อยากเห็นการล่มสลายของเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง ก็คงจะมีแต่ประชาชนของเกาหลีเหนือเองเท่านั้นเอง

น่าเศร้านะ


2 comments:

  1. เพิ่งดูจบค่ะ ตาสเปนคลั่ง นี่น่าขำขันที่สุด

    ReplyDelete
  2. This is really interesting, You're an overly skilled blogger. I've joined your rss feed and look ahead to looking for more of your great post. Additionally, I've shared your site in my social networks itunes store login

    ReplyDelete