Social Media For Creative Artists Workshop Part 2 : เนื้อหาล้วนๆ

6:01 PM NidNok Koppoets 0 Comments


สืบเนื่องจากบล็อกที่แล้ว กลัวมันจะยาวมาก เลยยกภาควิชาการ แบบไม่สรุป ไม่อีดิท ใดๆ ทั้งสิ้นมาไว้ในบล็อกนี้ สิ่งที่ท่านได้อ่านคือเลคเชอร์ดิจิตัลของฉันที่พิมพ์ยิกๆ ระหว่างการอบรม ดังนั้นถ้ามันจะดิบถ่อยอย่างไรขอได้โปรดอภัยกวางน้อยตัวนี้ด้วยเถิด (โห กล้าเรียกตัวเองเป็นกวาง 555)

ใน Workshop จะแบ่งออกเป็น 4 หรือ 5 Session (ที่มีคำว่าหรือเพราะว่าไม่แน่ใจว่ามันเท่าไหร่กันแน่ แฮ่ๆ) เนี่ยแหละ โดยจะไล่ไต่ลำดับความเข้มข้นไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงแรกที่เป็น Overview ให้เราเห็นภาพรวม ของ Social Media เห็นเทรนด์ และความเป็นไปในปัจจุบัน แล้วเมื่อเราเข้าใจสื่อตัวนี้มากขึ้นแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงที่ว่า แล้วเราจะเอามันมาเชื่อมโยงกับ Portfolio ของเราได้ยังไง มันจะมีประโยชน์และช่วยเราได้มากแค่ไหน จนสุดท้าย คือช่วงของการลงมือคิดและทำ ระดมสมองจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพื่อให้ได้แผนการใช้ Social Media ในการโปรโมทตัวเอง, ผลงาน, สินค้า, บริการ ฯลฯ ตามสไตล์คนสายครีเอทีฟ

ส่วนความคิดเห็นเล็กน้อยของฉันต่อ Workshop นี้ คือจากที่เคยได้ไปนั่งฟัง Session ที่เกี่ยวกับเรื่อง Social Media และ Digital Marketing มาบ้างเล็กน้อย (ย้ำว่าเล็กน้่อยจริงๆ) รู้สึกว่าในห้อง Workshop ห้องนี้มีความแตกต่าง เพราะส่วนใหญ่คนที่เข้าฟังหัวข้อประมาณนี้จะเป็นคนที่มาจากสายธุรกิจ มาร์เก็ตติ้ง หรือแม้กระทั่ง HR แต่รอบนี้ประชากรส่วนใหญ่ในห้องล้วนเป็นพลเมืองสายครีเอทีฟ ทั้งดีไซน์เนอร์ ก๊อปปี้ไรท์เตอร์ ครีเอทีฟ ฯลฯ เพื่อนๆ พี่ๆ บางท่านเองก็เพิ่งสมัครเป็นสมาชิก FB หรือ ทวิตเตอร์ด้วยซ้ำ ยิ่งพอเมื่อได้ทำงานกลุ่ม พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็เลยได้เห็นมุมมองของคนสายครีเอทีฟที่มีต่อเทคโนโลยี เห็นเทคนิควิธีคิดหลายๆ อย่างที่น่าสนใจ ไอเดียพลุ่งพล่าน กิมมิคเพียบ แต่ก็ถ้อยทีถ้อยทาศัยและเล่นไปตามเกมของโลกดิจิตัล ตรงนั้นล่ะที่ฉันรู้สึกว่า ห้องเรียนห้องนี้ไม่ธรรมดา

 มาเข้าห้องเรียนนี้ไปด้วยกันค่ะ :)


Session 1: Get to know Social Media
(ช่วงนี้จะเป็น Bullet สั้นๆ เป็นทิปเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับโลกออนไลน์)

- สำหรับมือใหม่หัด Social Media ไปที่สองเว็บนี้เลย
      - www.faceblog.in.th
      - www.Socialbakers.com

- facebook ไม่ใช่หน้าข่าว แต่เป็น community ต้องทำให้คนรู้สึกว่าอยากเข้ามาคุยกันในนี้

- อย่าอัพเดตบ่อยเกินไป มันจะ flood

- การที่เพจที่คุณเอซดูแลมีอยู่เพียบ เช่น จาก Portfolios*Network มาสู่ Creativejobsthailand เป็นเพราะว่าเนื้อหา และกลุ่มเป้าหมายต่างกัน การยัดเยียดสารที่เป้าหมายไม่ต้องการ ก็เสี่ยงต่อการโดน unlike, unfriends, unsubscribe ได้

- ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การโพสต์ (โดยทั่วๆ ไป) คือ 9-11 โมง และ ห้าโมงเย็นเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงใกล้เลิกงาน คนเริ่มไม่โฟกัสกับงาน

- แต่ถ้าเป็นคนในสาย creative จะคึกคักช่วงห้าทุ่มเป็นต้นไป แปลกประหลาดไปจนถึงตีสี่ มันไม่เป็นเวลาจริงๆ

- เราต้องรู้ว่า target เรามีพฤติกรรมแบบไหน เพื่อให้ง่ายทั้งต่อการเลือกเนื้อหาที่จะโพสต์ และเวลาที่โพสต์

- Avatar ของเพจเรานั้นสำคัญมาก จะช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้น

- ทำตัวเป็นเหมือนแหล่งช้อปปิ้ง เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้คนเข้ามาเลือกซื้อ หาสิ่งที่เขาจะเอาไปทำต่อ

- Quality vs Quantity ... ได้สมาชิกจริง แต่ไม่ได้ลูกค้า

- stop begging อย่าเอาเพจตัวเองไปโพสที่เพจใหญ่ มันดูน่าสงสาร

- twitter for beginner เข้าไปที่ twitter.kapook.com / thaifollow.com / mashable

- web 3.0 ข้อมูลมันจะวิ่งเข้ามาหาเรา หรือมันคิดได้เองว่าเราอยากรู้อะไร เป็นเว็บในอนาคต ซึ่งทวิตเตอร์มันเกือบๆ แล้ว

- klout สำหรับเช็คตัวเองว่าประสิทธิภาพของเราบน Social Media เป็นอย่างไรบ้าง

- understand Behavior, not technology

Session 2: Online Self Promotion, How to?

องค์ประกอบของ Portfolio ที่ดี
1. ผลงาน
2. contact ว่าจะสามารถติดต่อได้อย่างไร
3. ประวัติของเรา ทำอะไรมาบ้าง ลูกค้าคือใครบ้าง สร้าง Reputation ของเรา
4. Blog จะมาเล่า Process ความคิด ขั้นตอนในการทำงานเป็นอย่างไร
5. ข้อมูลการอบรม การเรียนการสอน การสัมนา ที่เราเคยไปสอน ไปบรรยาย จะช่วยเพิ่มความดูเป็น expert ให้คุณ

- Portfolio is not online photo sharing

- Behance.com = Online Portfolio ลูกค้าและดีไซเนอร์ระดับอินเตอร์ แต่ยังไม่ได้ลูกค้า หรือเพื่อนที่เป็นคนไทยมากนัก http://www.behance.com

SEO = ทำคีย์เวิร์ด + ชื่อเว็บ เพื่อทำให้คนสามารถเข้าถึง และหาเจอเว็บเราได้

Session 3: Welcome to digital culture! 
by K.Surasak Lhuengusakul

We must use digital Tools
* Social Media

* Deal
* Blog
* Application/Game
* Location Base
* Video Channel
* Internet Tv
* Mobile

People are now in digital era!!
เพราะ digital culture ทำให้ทุกคนยกมือได้ง่าย ดังนั้นทุกคนก็เลยต่างยกมือ สิ่งที่จะทำให้เราโดดเด่นได้ คือ Content ที่เราต้องทำก็คือ ให้ Value กับ content ของเรา

Developing Content "ต้องสามารถสร้างอะไรบางอย่าง แล้วรู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน"

Step1: Content Objective

Who = Target Audiences

Insights = To draw target audiences attention! คนที่เราอยากจะคุยกับเขา สนใจเรื่องอะไร

Case>> Angry Whooper by Burger King

Step2: Type of Content

Values มีสองแบบคือ
Functional - Emotional ทั้งสองมีผลที่จะทำให้คนส่งต่อ แชร์ต่อ บอกต่อ

Step3: Content Tools

* Text: Blogging/ Advertorial/ News/ Tweet/ Quote
* Image: Photo/ Screenshot/ Spy-Shot/ Fan photo
* Sound: Songs/ Voice clip/ Podcast/ Radio
* Video: Commercial/ Viral/ Review/ Interview/ Channel
* Interactive (2 ways communications): Game/ AR/ Application/ Quiz = web2.0 เช่น สร้างวิดีโอ ที่ทิ้งคำถามไว้ช่วงท้าย เช่น "ถ้าเป็นคุณ จะทำอย่างไร" ก็ทำให้เกิด Interaction ได้แล้ว

Step4: Rules of thumb
* Relevant to target audiences' interests and BRAND ต้องเกี่ยวข้องกับความสนใจของทาร์เก็ต
* Valuable Provide value to Target audiences
* Sociable Easy to spread into Social media สร้างให้เกิด conversation ขึ้นในสังคม

Step5: Content Launching
Put Outstanding content to outstanding people who interested your content >> ต้องวางในที่ๆ ทาร์เก็ตเราอยู่ และพึ่งพา Influencer

- scoop.it >> Influencer จะใช้งานตรงนี้เยอะ

- Be outstanding when they are searching >> GOOGLE is 83.82% Market share

case>> กรุณาฟังให้จบ ของพี่แช่ม แช่มรัมย์ ใช้พลังของ Search Engine เป็นกระแสจากนอกเมืองสู่ในเมือง ทำให้ยอดวิวใน Youtube สูงสุดในบรรดา mv ด้วยกัน, โฆษณาไทยประกันชีวิต 25% comes from 'SEARCH'

Step6: content Conversation
สร้างให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ เกิดการกระจาย >> แล้วก็ได้สื่อออฟไลน์มาช่วย

case>> คันหู, สมาคมมุขเสี่ยว, คำผวน เพราะ คนอยากเข้ามาแชร์ของๆ ตัวเอง

- อยากให้คนเข้ามา complain ที่เพจ เพราะว่าเราสามารถควบคุมได้

- เว็บไซต์ Thaitrend สำหรับตรวจสอบ conversation

Step7: Content Relationship
มีความผูกพัน ถ้าเขาชอบเรา เขาจะบอกต่อ

case>> Room39

Step8: Content Measurement

* Reach ถึงใครบ้าง
* Participation
* Sharing
* Effectiveness

Check at = google analytics/ hootsuit/ bit.ly 

Session4: DIY-SM workshop
(เข้ากลุ่มทำงาน ตามที่ได้พล่ามเอาไว้เมื่อบล็อกที่แล้ว)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



สรุปโดยสั้น การจะทำการตลาดในโลกออนไลน์ให้ได้ดี ก็คือ

Give value
which relevant
to target audiences