Miss Saigon มิสไซง่อน : หมองหม่น แข็งแรง วูบวาบ ไพเราะ

9:31 PM NidNok Koppoets 0 Comments

มิสไซง่อน: Miss Saigon (2012, Scenario, A)


เคยได้อ่านเรื่องนี้มาแบบคร่าวๆ แต่ไม่ได้รู้จักมักจี่กันเป็นการส่วนตัว ไม่เคยดูเวอร์ชั่นของประเทศอื่นๆ หรือกระทั่งต้นฉบับ ดังนั้นการไปชมมิสไซง่อน ฉบับซีนารีโอ เลยเป็นการเปิดบริสุทธิ์บทประพันธ์เรื่องนี้ของฉันซะเล

ถ้าเทียบกับงานอื่นๆ ของซีนารีโอ เรื่องนี้ก็ถือว่าเดินเรื่องเร็วและกระชับกว่าทุกเรื่องที่เคยดู แต่เราก็ยังตามเนื้อเรื่องทันและเก็บสาระสำคัญได้เกือบครบถ้วน เว้นเสียแต่ฉากที่อยากจะเน้นก็จะอ้อยอิ่งอยู่ตรงนั้นนานมากๆ ซึ่งฉันว่าบางฉากมันไม่ค่อยจำเป็น

เรื่องเพลงก็เข้าใจคนสร้างล่ะว่ามันยากเพราะต้องแปลเนื้อร้องภาษาอังกฤษมาเป็นคำไทยในทำนองเดิม ทำให้ในบางท่อนเนื้อเพลงมันก็จะเยอะแยะ กลายเป็นภาระของผู้ร้อง และความลำบากของผู้ฟังที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วว่าร้องว่าอะไร แล้วทีนี้เรื่องนี้มันไม่มีบทพูดที่เป็นปกติเลยไง มันพูดกันเป็นเพลงหมด พอเราฟังไม่รู้เรื่องเราก็จะไม่รู้เรื่องไปด้วยไง โชคดีที่มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษขึ้นให้ เลยต้องอาศัยมองซับทำความเข้าใจเอา ... แต่ที่ดีก็คือ เพลงเพราะ แปลออกมาได้ดูไม่ขัดเขินมากนัก กับบางเพลงก็ถือว่าแปลมาได้ดีเลย


The last night of the world อันนี้คือเพลงที่ติดหูแล้วก็ชอบมาก ำได้ว่ามันมีท่อน Solo Saxophoneลยกลับมาหาว่าชื่อเพลงอะไร แล้วก็เจอเวอร์ชั่นนี้เข้าให้ ไพเราะเสนาะสำเนียงยิ่งนัก


โปรดักชั่น ฉาก แสง ไฟ และดนตรีนั้นมลังเมลืองตามมาตรฐานคุณบอย และเท่าที่หาข้อมูลดูมิสไซง่อนฉบับประเทศอื่น เราก็เดินรอยตามต้นฉบับแทบไม่ผิดเพี้ยน ออกแบบฉากได้ดีมาก มีมิติและใช้มันอย่างคุ้มค่า บวกกับไลท์ติ้งที่คุมอารมณ์ความหม่นหมองในช่วงสงครามได้ ซึ่งก็ออกจะมืดหม่นกว่าเรื่องก่อนๆ ของค่ายนี้เช่นกัน

ฉากที่ชอบมากๆ คือฉากที่หน้าสถานทูตก่อนที่คริสจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากคิมไป มันมีมูฟเมนท์มากและคนออกแบบฉากนี้ก็ฉลาดที่จะเล่นกับชิ้นของฉากที่มีไม่มาก แต่สามารถเคลื่อนไหวให้อารมณ์ของคนที่อยู่นอกและในรั้วได้ ลามไปถึงฉากที่เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงมานั่นมันก็บ้าระห่ำไมเคิล เบย์ มาเอง ตรึงตาผู้ชมได้อยู่ไม่น้อย

เรื่องนักแสดง มันก็ประหลาดๆ ตั้งแต่เอาน้องกันต์มาเล่นเป็นทหารอเมริกันแล้วแหละ คือระหว่างดูต้องพยายามบังคับใจให้เชื่อ แต่ในบางท่วงท่าก็อดคิดไม่ได้ว่านี่กูมาดูผู้กองยอดรัก ทหารเกณฑ์คนจนอะไรพวกนี้รึเปล่า แต่ถ้าตัดเรื่องความเหมาะสมออกไป น้องกันต์ก็เล่นได้ดีพอสมควร (บทมันไม่ได้มีอะไรมาก) เสียงร้องแข็งแรงขึ้น อาจจะด้วยเพราะคาแรกเตอร์และแนวเพลง ต่างจากตอนสี่แผ่นดินที่จะเข้าปากน้องกันต์มากกว่า, พี่คิว กับนิว มีพื้นที่ให้โชว์เสียงน้อยไปหน่อย, คุณเบน ชลาทิศ ขโมยละครเรื่องนี้ไปเป็นของตัวเองเลย และแก้ม กุลกรณ์พัชร์ เสียงใสมากๆ แต่ครึ่งหลังเริ่มล้าๆ มีร้องเสียงหลุดเล็กน้อยไปหลายจุด แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าประทับใจ

มีที่เสียดายอยู่หน่อย คือในช่วงท้ายเรื่องที่เป็นฉากอารมณ์และเข้มข้นทุกอย่างมันจะมากระจุกอยู่ตรงนี้ คือมันไล่อารมณ์ขึ้นมาเรื่อยๆ จนฉันเกือบได้ต่อมน้ำตาเแตกไปแล้วตอนที่คิมร่ำลาลูกชายก่อนจะส่งให้ไปอยู่กับพ่อ แต่พอถึงฉากไคลแมกซ์ที่คิมลั่นกระสุนฆ่าตัวตาย เราไม่ได้รู้สึกไปกับตัวละครขนาดนั้น เหมือนกับเรื่องที่เล่ามามันยังไม่มีน้ำหนักหรือแรงจูงใจมากพอที่เราจะเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะฆ่าตัวตายแล้วเหรอ มันเหมือนยังขาดอีกนิด อีกนิดเดียว

เขียนเหมือนจะว่าเยอะ แต่จริงๆ แล้วชอบนะ ที่ชอบไม่ได้เขียนเขียนแต่ตรงที่ไม่ชอบ ถือว่าแก้ตัวจากสี่แผ่นดินที่อ่อนด้อยเรื่องบท และการดำเนินเรื่อง (นี่ไม่รวมเรื่องการบิดเบือนชวนเชื่อนะเนี่ย) จริงๆ ก็น่าตลกดีเหมือนกันที่ผู้สร้างเจ้าเดียวกับสี่แผ่นดิน มาทำละครที่พูดถึงผลกระทบของสงครามที่เกิดกับคนธรรมดาปุถุชน ที่มีความเป็นมนุษย์มากๆ ขนาดนี้ แถมยังมีบางฉากที่ต้องแดกดัน "บางกอก" ที่น่าภูมิใจเมืองนี้ซะด้วย ฮี่ๆ

อ้อ ละครเริ่มตรงเวลามากค่ะ บอกว่าบ่ายสองก็เริ่มบ่ายสองเป๊ะ อย่าคิดอ้อยอิ่งเป็นอันขาด ไม่งั้นจะพลาดฉากแรกค่ะ
  

ขอให้สนุกกับละครเวทีเรื่องนี้ค่ะ :)