今、雨がふっています。:: ณ ขณะ ฝน

3:24 PM NidNok Koppoets 0 Comments


เกริ่นนำก่อน ...

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ฝนตกหนัก ตกไม่เลือกเวลา ถ้าไม่นับลมเย็นๆ ที่มาพร้อมฝนที่ทำให้คนหลับสบาย เราว่า ใครๆ ก็เบื่อฝนตก เราเองที่เป็นสาวออฟฟิศ อยากจะมาทำงานง่ายๆ กลับบ้านเร็วๆ ก็เบื่อฝนตก วันๆ คิดอยู่แต่ว่า แกจะตกก็ตกไป แต่อย่ามาทะลึ่งตกตอนเรากำลังเดินทางอยู่ข้างนอก เราเบื่อความเปียกชื้น เราเบื่อรถติด เราเบื่อ เบื่อ เบื่อ ... เราเบื่อฝนตก

วันนี้ฝนตกอีกแล้ว ตอนนี้เลย ฉันนั่งทำงานติดหน้าต่างก็เลยมองเห็นละอองฝนชัดหน่อย บางทีมันก็เข้าใกล้เรามากเหมือนดูผ่านจอ Imax โมเมนท์ที่เห็นเส้นฝนที่นอกหน้าต่าง ก็นึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยเขียนเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน จากนั้นก็เปิดหาและนั่งอ่านมันอีกครั้ง แล้วก็นึกอิจฉาตัวเองในตอนนั้นว่า ทำไมเราถึงมีความสุขกับฝนได้ขนาดนั้น

นี่คงเป็นข้อดีของการเขียน การบันทึก เพราะความคิดบางอย่างมันเกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วก็คงไม่อาจเกิดขึ้นได้อีก มุมมองผ่านสายตาของเราในตอนนั้นกับตอนนี้ไม่มีทางเหมือนกัน ในตอนนั้นเราอาจฝันอยากเป็นเราในตอนนี้ แต่ในตอนนี้เรากลับอิจฉาตัวเองในตอนนั้น ชีวิตมันก็น่าตลกดีเหมือนกัน

ฉันอ่านสิ่งที่ตัวเองเขียนแล้วสนุกกับฝนขึ้นมานิดนึงนะ บอกกันด้วยถ้าคุณอ่านแล้วจะรักหยดฝนมากขึ้นสักนิด กลับไปคิดแบบตอนที่เราเป็นเด็กบ้างก็ทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำดี :) 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
                                                    
今、雨がふっています。:: ณ ขณะ ฝน
(จาก http://goo.gl/283xx )
........

朝から雨がふっています。
ตั้งแต่เมื่อเช้ามานี้…ฝนตกตลอดเวลาเลย

ฉันเรียนประโยคนี้เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ด้วยความ “ไม่อิน” เป็นอย่างยิ่ง เพราะสภาพในเมืองไทย และในห้องเรียน ที่ร้อนจนต่อมพิทูอิทารีแทบจะขอกระโดดออกมาในท่าซัมเมอร์ซอลท์ ทำให้ในตอนนั้น ฉันนึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่า ไอ้บรรยากาศเวลาที่ฝนตกน่ะ มันเป็นยังไง…

........


今、雨がふっています。
ตอนนี้…ฝนกำลังตกอยู่…


ค่ะ…ตอน นี้ฝนกำลังตกอยู่ ฉันไม่แน่ในว่าที่พิกัดอื่นจะกำลังหนาวๆ ชื้นๆ อยู่เหมือนฉันหรือเปล่า แต่ที่ย่านจรัญสนิทวงศ์ ณ กรุงเทพฯ ฉันกำลังนั่งฟังเสียงเม็ดฝนกระทบกับกันสาดที่ระเบียงห้อง ส่งเสียงดัง...

คะรัง…คะรัง… (ฉันพยายามถอดเสียงมาได้ประมาณนี้ล่ะ)


เพราะอากาศเป็นใจ ทำให้ฉันนึกกลับไปถึงวันนั้น ที่อาจารย์สอนว่า รูป います มันบอกว่าสิ่งนั้น มันกำลังเกิดขึ้น กำลังเป็นอยู่ ถ้าเป็นการกิน ก็หมายถึงกำลังสวาปามอยู่ ถ้าเป็นกริยา นอน ก็เห็นภาพว่าคนนั้นกำลังกรนอย่างเมามัน

แต่ถ้าเป็นฝนตก ก็คงหมายถึง “ณ ขณะที่ฝนตก”

.................
 

ถ้าคิดว่า มีเม็ดฝนหนึ่งเม็ดกำลังนั่งอยู่ในท่าเตรียม กำลังจะออกตัว กระโดดเด้งลงมาจากเมฆสักก้อน ช่วงเวลาที่เราจะเรียกมันว่า “ฝน” ก็คงเป็นการเดินทางระหว่าง ก้อนเมฆกับพื้นดิน นี่แหละ

ระยะทางเหมือนจะห่างไกล…แต่ใช้เวลาแค่แป๊บเดียวเอง

ก่อนหน้าที่มันจะเป็นฝน มันก็เป็นแค่ก้อนเมฆท้องแก่สีเทา ที่กำลังทำหน้าดุใส่ทุกคน และหลังจากที่มันคลอดน้ำใสๆ ออกมาแล้ว เม็ดฝนจำนวนอินฟินิตี้เหล่านั้น ก็จะกระโดดลงมาอย่างร่าเริง พร้อมส่งเสียง “ฮูเร!” ลงมาตลอดทาง (ลองเงี่ยหูฟังสิ ได้ยินจริงๆ นะ) และสุดท้าย มันก็จะไปจบลงที่ใดซักแห่ง

ถ้าโชคดีหน่อย ก็จะได้กลับไปรวมตัวกับรุ่นพี่ที่แม่น้ำ ลำคลอง หรือว่าเขื่อนใหญ่ๆ ซักแห่ง ส่วนบางหยด อาจจะลงไปจ๋อมอยู่ในโอ่งที่บ้านใครซักคน แต่ถ้าโชคร้ายหน่อย ก็คงลงไปขังเป็นแอ่งอยู่ตามหลุมตามบ่อ รอคอยให้มนุษย์ผู้โชคร้ายวิ่งมาเหยียบ และโดนน้ำดำๆ กระเด็นไปเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า และลงท้ายด้วยการสบถอะไรหยาบคายออกมาซักคำ

เห็นไหมว่า ช่วงเวลาที่สวยงาม และมีความสุขที่สุด ก็คือตอนที่กำลังทิ้งตัวล่องลอยอยู่ในอากาศนี่แหละ


ถ้าอธิบายให้เห็นภาพ “ฝน” ในช่วงที่สวยงามที่สุด ก็คงเป็นเส้นขีดๆ เฉียงบ้าง ตรงบ้าง ที่เห็นกันบ่อยๆ ในภาพวาดของเด็กชั้นประถม (และภาพวาดปัจจุบันของฉันด้วย 555)

ฝนที่ตกเป็นขีดๆ คือช่วงสั้นๆ ของความสุข หลายครั้งที่คนเราชอบที่จะมองขึ้นไปหาเมฆอ้วนผู้ไม่เป็นมิตร และคาดเดา หรือทำนายกันยกใหญ่ว่าวันนี้ฝนต้องตกแน่ๆ เลย หรือไม่ เราก็ชอบที่จะมองน้ำที่ขังอยู่ตามหลุม ตามบ่อ หรือไม่ก็ตักน้ำในโอ่งมาดื่มกิน

แต่เราลืม “มอง” ช่วงเวลาที่ “ฝน” สวยงามที่สุดไปเสียสนิท

..........

แต่เพราะแรงดึงดูดของโลกที่มีค่าประมาณสิบ ที่ทำให้ช่วงเวลาดีๆ เหล่านี้มันสั้นลงไปถนัดตา ทุกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าช้าหรือเร็ว ก็ต้องจบสิ้นลง ไม่มีข้อแม้ว่ามันจะเคยสวยงามหรือสดใสขนาดไหน

ระยะทางจากก้อนเมฆจนถึงพื้นดิน ก็เลยกลายเป็นการเดินทางที่น่าจดจำที่สุดในช่วงชีวิตสั้นๆ ของเจ้าเม็ดฝน

พวกมันคงดีใจ ที่ครั้งหนึ่ง หลังจากลืมตาออกมาจากท้องคุณแม่เมฆขี้หงุดหงิด ได้ลองออกเดินทางไกลพร้อมกับเพื่อนๆ กระโดดลงมาเพื่อเพ่งสายตามองออกไปเห็นทิวทัศน์ข้างล่างที่สวยงาม และเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ

ยิ่งมาไกลเท่าไหร่ ภาพที่เคยเบลอ และเลือนราง ก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น มันคงได้เห็นสิ่งแปลกตา ตื่นใจ สิ่งที่ทำให้หัวใจของมันเต้นเร็วและแรงด้วยความปิติยินดี ก่อนที่จะลดความเร็วลง ความสนุกสนานที่เคยมีเริ่มจางหาย และต้องทิ้งตัวลงไปเป็นของเหลวที่ใครๆ เรียกกันว่าน้ำ...

..........


ฉันเชื่อว่า แม้เม็ดฝนเหล่านั้นจะกลายเป็นน้ำ สสารที่ใครๆ ก็ชื่นชมว่ามันอ่อนน้อมถ่อมตน และรู้จักปรับตัวเป็นที่สุด มันก็ยังคงจะจดจำช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดครั้งนั้นได้

แม้ว่าอายุของมันจะมากขึ้น และภาระหน้าที่ในการไหลไปตามวัตถุที่มันสังกัด ดูจะบีบรัดชีวิตของมันจนดูน่าเบื่อเต็มที...
...แต่เชื่อเถอะ ความทรงจำดีๆ ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเม็ดฝนน่ะ ไม่เคยหายไปไหนหรอก…


.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.แด่…ชีวิตวัยรุ่นวัยเรียน และ 'Be with you'

นิดนก*
:: a day 18 March 2009 on the planet ::