Gravity: ความฝันอันสูงสุด

11:04 PM NidNok Koppoets 0 Comments

Gravity (2013, Alfonso Cuaron, A+) 



เรารักเขาตั้งแต่ขนจั๊กกะแร้เรายังไม่ขึ้น เรารักหนังเรื่อง Little Princess (1995) มาก จนพอโตมาได้ดูเรื่องอื่นๆ แล้วจึงมารู้ว่าอ้าว นี่หนังของอัลฟองโซ คัวรอนนี่หว่า เราเป็นแฟนของคัวรอน ดังนั้นถ้าจะรักเรื่องนี้มากส่วนหนึ่งก็คงลำเอียง แต่ถ้าว่าไปตามเนื้อผ้าก็ขอไปกราบตีนพี่อัลฟี่ไปสามที และที่ขนหน้าอกอีกสี่ครั้ง คือพี่แม่งบ้าพลังมาก ทะเยอทะยานมาก และงานที่ออกมามันก็สมบูรณ์มากจริงๆ 

ด้วยพล็อตที่แม่งพาคนดูไปอยู่ในอวกาศ มืดๆ เงียบๆ เป็นชั่วโมงนี่ก็ทรมานเคว้งคว้างสุดๆ แล้ว ตัวอย่างที่แกตัดออกมาแต่ละก๊อกก็ยิ่งทำให้เคว้งคว้างหนัก แล้วก็คิดไปต่างๆ นาๆ เลยว่าแล้วเรื่องมันจะไปยังไงวะ เพราะสภาพไร้น้ำหนัก ไร้อากาศตรงนั้นถ้าอ็อกซิเจนหมดก็ขึ้น End Credit ได้เลยครับพี่ จะมาเล่นเป็นผีกันในอวกาศก็ดูจะขัดหลักทางวิทยาศาสตร์ไปหน่อย และเสียงหายใจหอบถี่ของป้า Sandra Bullock ในตัวอย่างนั่นยิ่งทำให้เราอยากตีตั๋วเข้าไปดูไวๆ คือแม่งมีแต่ความเย้ายวนใจเต็มไปหมด 

ตอนทำบทคัวรอนแกคงต้องคิดเยอะเหมือนกันว่าจะถ่วงสมดุลยังไงให้เรื่องมันไม่หลุดจากความน่าเชื่อสมจริงไป เพราะด้วยสภาพทั้งหมด การที่เรื่องมันจะดำเนินไปได้นี่มันต้องพึ่ง Situation ระดับปาฏิหาริย์เยอะมาก และมันอาจจะมากจนทำให้คนเดาออก ไม่เซอร์ไพรส์ และหมดความเชื่อไปเลยก็ได้ มันมีบางช่วงที่เราคิดแบบนั้น ทำนองว่า "แหมมม โชคดีจังนะ" แต่มันไม่ได้ทำให้เราสูญเสียความเชื่อต่อเรื่องทั้งหมดไป ความอึดอัดทั้งหมดในเรื่องมันอยู่ถูกที่ถูกทางและเร้าความรู้สึกเรามาก จนเผลอกัดเล็บเลยก็มี คัวรอนใช้ข้อดีของฉากความเป็นอวกาศซะคุ้ม ด้วยความที่มันเป็นที่ที่ยังไงเราก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว ไม่ว่ามันจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ไอ้ความไม่ปลอดภัยที่เป็นค่าติดลบติดตัวฉากนั้นมาก็จะยิ่งทำให้เราอึดอัดทวีคูณ นี่ยังไม่รวมไอ้เสียงผ่างๆๆๆ ที่ทำให้เราลืมไปเลยว่าในอวกาศไม่มีเสียงนะสาดดด เล่นกันหนักขนาดนี้พี่จะเป็นลมตายเอา 

อย่างไรก็ดี เรื่องมันก็มีความน้ำเน่าอยู่ มันมีช่วงที่เราอยากจะร้องแหม ออกมาหลายๆ ที มันสรรเสริญความเป็นมนุษย์ ถ้าเราเกลียดมนุษย์เราก็อาจจะหงุดหงิด​ (เราก็มีนะบางช่วง) แต่เราจะให้อภัยเรื่องตรงนั้นไปจนหมดสิ้น ก็เพราะ...

สิ่งที่คนรอคอยจะชมก็คืองาน Visual ของพี่แกนี่แหละ อ่านข้อมูลบอกว่างานด้านภาพนี่ใช้เวลาสี่ปีเต็มๆ เพราะหนังมันมีความอยากมากเกินกว่าเทคโนโลยีจะไปถึง และการรอนี่ก็คุ้มค่าเหลือเกิน มันมีหนังไม่กี่เรื่องหรอกที่จะแช่อยู่นอกโลกนานเป็นชั่วโมงๆ ขนาดนั้น แล้วมันต้องใช้จินตนาการและทำการบ้านด้านรีเสิร์ชเยอะจริงๆ ที่ต้องทำให้ที่ที่มีอยู่จริงแต่เราไม่เคยเห็นจริง มันเป็นภาพออกมาได้ ไหนจะต้องดีไซน์ชอทแต่ละชอทที่ไม่รู้จะหา Reference มาจากไหน และสปีดการเคลื่อนที่ของวัตถุในอวกาศอีก มีแต่งานดีเทลทั้งนั้น 

โมเมนท์ทางภาพที่เราชอบที่สุดมีอยู่สองที หนึ่งคือภาพกว้างตอนที่ไรอัน (Sandra Bullock) ดึงรั้งกับแม็ตต์​ (George Clooney) อยู่ที่ยานโซยุซ และสองคือการเคลื่อนกล้องคว้างๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยน Point of View ไปดื้อๆ เลย เราไปอยู่ในชุดนักบินเฉยเลย พี่อยากทำอะไรพี่ก็ทำแล้วอ่ะ มันเสรีไร้ขอบเขตดั่งอวกาศจริงๆ กราบ Lubezki ผู้เป็น DoP ด้วยค่ะ 

เราเชื่อแล้วจริงๆ ว่าคัวรอนแม่งต้องมีความฝันอันสูงสุดอัดอั้นอยู่ในใจ และแกก็ปลดปล่อยมันออกมาแล้วในเรื่องนี้ คนเราแม่งคงอยู่ได้ด้วยความฝันและหัวใจนักสู้จริงๆ ส่วนสำหรับหญิงอ้วนอย่างฉัน แค่มีอ็อกซิเจนให้หายใจดิฉันก็พอใจแล้วค่ะ อย่าเอากูไปอยู่ในอียานอวกาศใดเด็ดขาด ขอร้องเลย!  

ปล. การหายใจของซานดรา บุลล็อก ถือเป็นสิ่งน่าจดจำอีกอย่างของหนังเรื่องนี้ อยากหายใจได้อย่างนาง แต่ไม่เอาดีกว่า