กลับมาแล้วครับ (Er Ist Wierder Da)

7:47 PM NidNok Koppoets 2 Comments

กลับมาแล้วครับ 
ER IST WIEDER DA

เขียน: ทีร์มูร์ แฟร์เมส Timur Vermes
แปล: ฉัตรนคร องค์สิงห์



อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ตื่นขึ้นมาในทุ่งกว้างในเมืองเบอร์ลินแบบงงๆ มองไปรอบตัวอะไรๆ ก็แปลกไปหมด จากนั้นท่านฟือห์เรอร์ก็พบว่าตัวเองอยู่ในปี 2011 หกสิบหกปีหลังจากครั้งสุดท้ายที่มีคนเห็นท่าน การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ของท่านผู้นำอันเกรียงไกรสุดยอดจึงเกิดขึ้น แต่แหงแหละ ที่ท่านฟือห์เรอร์นะเฟ้ย จะให้หลงยุคเข้ามาแล้วตั้งหน้าตั้งตาหาทางกลับ หรือหาคนรักต่างเวลาก็ไม่ใช่เรื่อง ท่านฟือห์เรอร์จึงหาหนทางเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำเชื้อสายบริสุทธิ์แห่งชาวอารยัน ด้วยเครื่องมือสุดทันสมัย ไม่ใช่ฟิล์ม 16 mm อีกต่อไป แต่เป็นรายการทีวี และอูตู๊บ (เออ ก็ยูทูปนั่นแหละ!)

พนิตชนกเป็นคนที่ถูกฉโลกกับพลอทแบบนี้มาก จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงซื้อเล่มนี้มาอ่าน แม้ในชีวิตจะไม่ได้อินประวัติศาสตร์ชาติเยอรมันใดๆ ทั้งสิ้นมาก่อน ซึ่งเมื่ออ่านจบก็พบว่า บางช่วงบางตอนนั้นต้องอาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์ และความเข้าใจในสังคมเยอรมันมากหน่อย ถึงจะได้อรรถรสในการอ่านมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ดี ทางผู้แปลได้ในเชิงอรรถขยายความรู้ให้เราเต็มไปหมด นึกภาพออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่ก็ดีกว่าอ่านไปเฉยๆ

เราฮาขี้แตกเยอะมากในช่วงต้น คือผู้เขียนวางตัวฮิตเลอร์เอาไว้เป็นตัวตลกเลยแหละ ไม่ว่าแกจะทำอะไรมันจะผิดที่ผิดทาง หลงยุค น่าขบขันไปหมด นึกภาพแกมองวัยรุ่นเตะบอลกันอยู่ แล้วไปเรียกไอ้หนูพวกนั้นว่า "ยุวชนฮิตเลอร์" ก็ฮาแล้ว จนเราเองก็คิดอยู่ว่าแล้วเรื่องมันจะพาไปต่อยังไงถึงไหน จะเอาท่านผู้นำ ที่อีกด้านหนึ่งก็เป็นอาชญากรร้ายในประวัติศาสตร์มาเล่นสนุกไปเรื่อยๆ แบบนี้เหรอ

ด้วยความที่ท่านฟือห์เรอร์เป็นคนจริงจัง และไม่ผ่อนปรนคาแรกเตอร์แกเองให้เข้ากับยุคสมัยเลย แกจึงได้โอกาสไปเล่นตลกแบบ Stand up comedy ในรายการทีวี จากนั้นก็ดังเป็นพลุแตก กลายเป็นที่สนใจของสังคมไปซะงั้น หนทางสู่อำนาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

ช่วงกลางไปจนถึงท้ายมันเลยไม่ฮาขี้แตกแล้ว เราจะเริ่มรู้จักตัวตนของฮิตเลอร์มากขึ้นผ่านตัวละครฮิตเลอร์เองนี่แหละ (มีคำโฆษณาว่าผู้เขียนทำการบ้านมาดีมาก ตีโจทย์ตัวละครแตก ในระดับที่ว่าไม่มีตอนไหนเลยที่คนจะแคลงใจว่าฮิตเลอร์ไม่ได้พูดหรือรีแอ็คแบบนี้) บวกกับเรื่องราวที่พาออกไปนอกร้านขายหนังสือพิมพ์ และสตูดิโอถ่ายรายการ เสียดสี ถากถางสังคมเยอรมันให้แสบคันกันไปเบาๆ (ซึ่งตรงนี้เราไม่มีความอินไปด้วยแต่ประการใด)

ภาพของฮิตเลอร์ในมโนของคนรุ่นหลัง คือ อาชญากรโหดร้าย อารมณ์ร้าย เด็ดขาด น่ากลัว คือเราถูกสอนให้มองฮิตเลอร์แบนๆ แบบนั้นแหละ เออใช่เขาทำสิ่งที่เลวร้ายมาก แต่คนเรามันต้องไม่ได้แบนมาแต่กำเนิด วิธีที่แฟร์เมสเล่าถึงฮิตเลอร์ใน "กลับมาแล้วครับ" จึงทำให้เราเข้าใจตัวละคร ซึ่งก็คือคนจริง คนนี้มากขึ้น จริงๆ แล้วท่านฟือห์เรอร์มีแง่มุมอ่อนโยน มีเหตุผล ผ่อนปรน และมีอารมณ์ขัน มันไม่ได้ทำให้เราเข้าข้าง หรือว่าเชียร์สิ่งที่เขาทำนะ แต่มันทำให้เราเห็นว่าเขาเป็นมนุษย์คนนึงมากขึ้นเท่านั้นเอง

อ่านมาจนถึงช่วงท้ายเราก็จะสงสัยต่อไปอีกว่า แล้วจะจบยังไงวะ วาร์ปกลับไปดื้อๆ หรือจะยังไง หักมุมว่าเป็นชายเสียสติคนนึงแล้วเข้าโรงพยาบาลบ้า คือคิดไปเยอะเลย แต่ซึ่งเมื่อหนังสือมาถึงตอนจบ มันก็หนักดีเหมือนกัน เป็นตอนจบที่เหมือนไม่จบ แต่เรามองเห็นแล้วล่ะว่ามันจบแล้ว และมีบางอย่างเกิดขึ้น ชอบชั้นเชิงของผู้เขียนตรงนี้

หนังสือเล่มนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะ หลักๆ ก็คงเกิดขึ้นในเยอรมันนี่แหละ ที่ไม่เห็นด้วยก็มองว่า มันเป็นการปลุกชีพท่านฟือห์เรอร์ให้กลับมาในกระแสวัฒนธรรมใหม่ แถมยังเล่าถึงคนคนนี้ในแง่มุมที่มีชีวิตชีวา คือถ้าเราไม่รู้มาก่อนว่าเขาทำอะไรเอาไว้ อาจจะรักและเอาใจช่วยตัวละครนี้ก็ได้นะ อ่านรีวิวใน Goodread ก็มีบางคนว่าอย่างรุนแรงว่าทำไมถึงเอาเรื่องของฮิตเลอร์มาผลิตซ้ำอีก เขาควรจะถูกลืมและยกให้เป็นตัวร้ายของโลกตลอดไป

เรามองว่าเราให้ความเป็นธรรมกับคนที่ชั่วร้ายได้ แต่เราให้อภัยในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ คือตัวละครนี่มันเริ่มมาแบบติดลบอยู่แล้ว เราเข้าใจเขามากขึ้นแต่ไม่ได้ทำให้เรารักเขานะ อีกอย่างคือนอกจากจะมุ่งไปที่ฮิตเลอร์อย่างเดียว หนังสือยังเสนอออกมาแบบไม่ได้พูดตรงๆ ว่าสังคม และสื่อ ก็เป็นส่วนนึงที่ทำให้คนแบบฮิตเลอร์กลับมาได้ เมื่อสังคมไม่ได้ตั้งอยู่บนปัญญาและเหตุผลที่หนักแน่น สื่อก็พร้อมจะกระพือทุกกระแสที่ขายได้และทำเงิน เราก็ไม่อาจคาดหวังถึงสังคมที่ดีได้เลย

บทความของ The Guardian พูดถึงหนังสือเล่มนี้เอาไว้ เราชอบท่อนหนึ่งในตอนท้ายของบทความที่ปิดไว้แบบเจ็บๆ ว่า "เรากำลังหัวเราะให้กับฮิตเลอร์ หรือเราหัวเราะไปพร้อมๆ กับเขา"

ฟิน.








 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ปล. หนังสือเล่มนี้กำลังจะถูกสร้างไปหนัง
ปล2. หน้าปกนี่เอารางวัลชนะเลิศไปเลย โคตรชอบ
ปล3. ลิงค์ไปอ่านบทความของ The Guardian ที่ว่าไว้ข้างบน http://www.theguardian.com/world/2013/feb/05/adolf-hitler-novel-german-bestseller




2 comments:

  1. ขอเอาลิงค์ไปแปะในหน้าเพจ Legend Books นะครับ รีวิวได้น่าสนใจมากครับ

    ReplyDelete