เขียนถึงคลองภาษีเจริญ

8:41 PM NidNok Koppoets 0 Comments

ล่องคลองกลับบ้าน
2 มิถุนายน 2558



วันนี้เอกชัยมีนัดกับเพื่อน เราที่อยากถึงบ้านเร็วหน่อยเลยขอกลับเองดีกว่า ก็ทำตามวิธีปกติที่ใช้กลับบ้าน คือนั่งรถไฟฟ้ามาจนสุดสายที่บางหว้า วันไหนเหนื่อยหน่อยก็จะขึ้นแท็กซี่ วันไหนอารมณ์ดีๆ ก็จะขึ้นไปทำให้อารมณ์มันเสียเล่นด้วยการขึ้นรถเมล์

แต่วันนี้ไปถึงบางหว้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด เหลือบไปเห็นป้ายเรือฟรีส่งถึงท่าเรือแถวบ้าน จึงเกิดความครึ้มใจ เล็งไว้ตั้งนานแล้ว วันนี้ลองนั่งดูซักหน่อยน่าจะดี

ทางเดินจากสถานีรถไฟฟ้าไปท่าเรือไม่ใกล้มาก แต่ก็พอเดินได้ ถ้าเดินตอนค่ำๆ คงเสียวตูดพอสมควร แต่วันนี้เรามีเพื่อนเดินด้วยเยอะ แป๊บๆ ก็เจอท่าเรือ ไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าตรงนี้มีคลอง เป็นความรู้สึกแบบ ร้องชิบหายอยู่ในใจหลายที

ท่าเรือเล็กๆ แบบมินิมอล มีนายท่าอยู่หนึ่งคน แต่งกายตามสบายเหมือนทาง กทม. จ้างคนแถวนั้นมายืนๆ ไม่ได้มีเครื่องแบบอะไรทางการทั้งนั้น ยังดีหน่อยที่ใส่เสื้อชูชีพ ซึ่งก็เป็นการใส่ไปงั้น เหมือนวินมอไซใส่หมวกกันน็อคแบบไม่รัดสายรอบคอ ยังไงอย่างนั้นแหละ

คนรอคิวขึ้นเรือโดยต่อแถวเป็นระเบียบดี พอเรือเทียบท่า ก็ลงเรือกันอย่างว่าง่าย พี่นิดพุ่งไปนั่งหน้าสุดเพื่อรับลม (สภาพตอนนั้นคือร้อนเหมือนหอยแมลงภู่ในกระทะหอยทอด) ลุงคนขับก็ไม่ได้มีเครื่องแบบเรียบร้อยอะไร คงเป็นชาวบ้าน เป็นเซียนเรือแถวคลองภาษีเจริญมารับจ็อบเสริม พาหมาพุดเดิลสีดำมาเลี้ยงบนเรือด้วยสองตัว ตัวนึงนอนหลับรับลม อีกตัวแม่งวิ่งไปวิ่งมา เป็นกันเองเหมือนอยู่บ้านดีมาก

แต่ละท่าจะมีเจ้าหน้าที่คอยโบก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะโบกทำห่าอะไรเพราะยังไงเรือแม่งก็ต้องจอดอยู่แล้ว แต่พอมองอีกที อ๋อ เค้าจดด้วยนะว่าท่านี้คนขึ้น คนลงกี่คน คงต้องทำรายงานส่ง เพื่อดูว่าโครงการนี้คุ้มทุนมั้ยอะไรแบบนั้นมั้ง แต่บางท่า พี่คนโบกแกก็ทำสัญญาณไขว้มือกากบาท ทำนองว่าไม่ต้องจอด ไม่มีคนขึ้น (แต่เรือต้องจอดนะเพราะมีคนลง)

อ้าว งี้แสดงว่าถ้าไม่มีคนพี่ก็ไม่จอดเหรอ แบบนี้ไม่ดีแล้ว เราว่าระบบขนส่งสาธารณะของไทยมันมีจุดอ่อนตรงนี้แหละ คือ เราคาดเดาไม่ได้เลยว่าป้ายไหนแม่งจะจอดหรือไม่จอด รถไฟฟ้าที่มันเวิร์ก อย่างหนึ่งคือเพราะมันแน่นอน มึงจอดทุกป้ายแน่ๆ ยังไงก็ไม่หลง แต่พอเป็นรถเมล์ ที่ป้ายก็ไม่ได้มีชื่อป้ายกำกับ (เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์) เราก็ต้องอาศัยความคุ้นเคย หรือไม่ก็พึ่งพาพี่กระเป๋ารถเมล์ ที่ถ้าโชคดี พี่เขาไม่ลืม เขาก็จะมาเตือนเมื่อใกล้ถึงป้าย แต่ถ้าพี่เขาลืม มึงก็นั่งไปสิ จนสุดอู่ยังไม่รู้ตัวเลยว่าหลง อีเยสม้าาาาา

แต่เท่าที่นั่งวันนี้ลุงแกก็จอดทุกท่านะ คงต้องสอบถามคนที่ใช้บริการทุกวันว่ามีการข้ามท่ามั้ย แต่ถ้าจะให้ดีอีกนิด คือช่วยทำป้ายชื่อแต่ละท่าให้มันใหญ่หน่อยเถิด ดูท่าโซนคลองแสนแสบเป็นตัวอย่างก็ได้ ใหญ่โต เห็นชัดว่าอยู่ไหนแล้ว มองเห็นจุดหมายว่าท่าต่อไปคืออะไร นี่ถ้าเราต้องลงระหว่างทาง ไม่ได้นั่งไปจนสุดสาย หลงแน่นอน ไม่ต้องสืบ

วิวริมคลองภาษีเจริญกินขาดคลองแสนแสบ แถวนั้นมันเป็นเมืองไปหมดแล้ว มองไปก็เห็นแต่ตึกแต่คอนโด แต่วิวฝั่งธนตรงนี้มีความเป็นชนบทที่ซ่อนในเมืองมากกว่า ยังเห็นชุมชนริมน้ำ แนวเดียวกับเกาะเกร็ด หรืออัมพวาอะไรแบบนั้น แต่แน่นอนว่าน้ำสีคล้ำและเหม็นกว่าสองอันนั้นเยอะ

แต่ข้อเสียของการขับผ่านชุมชนแบบนี้คือมันขับเร็วมากไม่ได้ เพราะสองข้างทางก็ไม่ได้ทำเขื่อนเหมือนตรงคลองแสนแสบ (ตรงนั้นแม่งซิ่งไม่เกรงใจปลาสวายเลย) การกลับบ้านวันนี้จึงสโลว์ไลฟ์มาก ชีวิตไหลเอื่อย สูดดมกลิ่นน้ำเสีย และมองกางเกงในยายที่ตากไว้ริมคลองจนอิ่มใจกันไปข้างนึง

สี่สิบนาทีเรือก็มาสุดสาย กรี๊ด ซอยบ้านกูเลยค่า จะเดินก็ได้ นั่งมอเตอร์ไซค์ก็สิบบาท โอยชีวิตดี ค้นพบเส้นทางใหม่ที่พอจะเป็นทางเลือกในวันที่กลับบ้านเองได้ แต่เสียดายว่าทุ่มครึ่งเรือก็หมดซะแล้ว

เราชอบการนั่งเรือนะ ตั้งแต่ป.1 จนจบมัธยมก็นั่งเรือมาโรงเรียนทุกวัน ไม่เคยต้องเจอปัญหารถติดมาโรงเรียนสายเหมือนเพื่อนคนอื่น (คือมาโรงเรียนสาย เพราะตื่นสายเอง แก้ตัวไม่ได้เลย) สมัยนั้นนึกภาพรถติดตรงสะพานกรุงธน ตรงหน้าตั้งฮั่วเส็ง ไรงี้ไม่ออกเลยนะ เห็นใครบ่นว่ารถติดไปทำงานนี่อยากจะยิ้มเยาะ พี่มาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ริมน้ำเมืองนนท์แบบหนูสิคะ แล้วพี่จะไม่บ่นเรื่องรถติดอีกเลย

เพิ่งจะมาสองสามปีนี้แหละ ที่ได้รู้ซึ้งถึงสภาพรถติดในเมืองหลวงอย่างสาแก่ใจ บางวันใช้เวลาจากบ้านไปออฟฟิศเกือบสามชั่วโมง แม่งโคตรเป็นเมืองที่ห่วยแตก เอาแน่เอานอนไม่ได้ คิดถึงเรือที่ไม่เคยทำให้เราไปโรงเรียนสาย แม่น้ำที่ไม่จอแจแออัด แถมมีลมพัดวู่ๆ ให้หัวยุ่งเย็นสบายไปโรงเรียนอีก (แต่วันฝนตกกูก็สาหัสนะ)

กรุงเทพน่าจะใช้ประโยชน์จากคลองที่มีอยู่มากมายให้ดีกว่านี้ได้ ผ่อนหนักเป็นเบาจากท้องถนนที่มีแต่ควันและความร้อนได้สักหน่อย อย่างน้อยการนั่งเรือลมเย็นๆ ก็ทำให้เราอารมณ์เย็นขึ้นนิดนึง เจอความเงียบพักนึง แต่ก่อนตอนนั่งเรือไปโรงเรียนนี่อ่านหนังสือจบได้เป็นเล่มๆ เลยนะ วันนี้ก็เหมือนกัน

ขออย่างเดียว อย่าเอาโฆษณาที่มีเสียงมาเปิดบนเรือนะ ขอร้องล่ะ...


0 comments: