รุ่นพี่

9:56 PM NidNok Koppoets 0 Comments

รุ่นพี่
(2558, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, สถาพรบุ๊คส์) 





โอ้โห สนุก มีความเป็นฟิควัยรุ่นที่ไม่น่าเชื่อว่าคุณวิศิษฏ์แกจะเขียนเอง แรกๆ ก็ยังต้องตั้งศูนย์อยู่หน่อย แต่พอเข้าที่ก็ยิงยาวได้เลย วิ่งตามเรื่องที่มันพาเราไป เหวี่ยงไปทางโน้นที ทางนี้ที ตามขนบของพลอทไล่ล่าหาฆาตกร ทิ้งปมไว้ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อย จนไปถึงตอนท้ายที่ทุกอย่างคลี่คลาย ก็โอเค ไม่ได้ว้าวอะไร แต่ตลอดทางที่มามันสนุกดี

ชอบเงื่อนไขของการอยู่ร่วมกันของคนและวิญญาณในจักรวาลของคุณวิศิษฏ์ เล่ามากกว่านี้ไม่ได้ แต่มันเวิร์กทั้งในมุมน่ากลัว มุมสืบสวน และมุมโรแมนติก ส่วนบรรยากาศคอนแวนต์ กับวังเก่าหลอนๆ แม้จะทำให้นึกถึงเด็กหอ ปนๆ กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่ความที่เล่าผ่านมุมหญิงล้วน มันก็ได้ความอีกแบบนึง

ตอนเขียนแกคงมีภาพในหัวยุบยับเต็มไปหมด ขนาดมาแค่ตัวอักษรยังรู้สึกได้ว่าแกออกแบบโลกของวิญญาณ และภูตผีปิศาจในเรื่องนี้ไว้ละเอียดลออขนาดไหน รอคอยจะได้เห็นวิชวลพวกนี้ในหนัง คงจะเพลินตาดีไม่น้อย (และ CG คงต้องทำให้ดีด้วย) แต่แกเป็นคนวิชวลจัดอยู่แล้ว คิดว่าคงไว้ใจแกได้

ชอบการดีไซน์คาแรกเตอร์ของม่อน หรือ อทิติ กับความสามารถด้านกลิ่นของเธอ และคอนเซ็ปต์เรื่องการปิดเลเยอร์ของกลิ่นวิญญาณเทียบกับโปรแกรมโฟโตช็อป โอ้โห ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเปรียบได้ดีเท่านี้อีกแล้ว ความสามารถอันนี้แม่งโคตรเท่และเนิร์ด ดีมากๆ

ด้วยเรื่องนี้มันมีทั้งโหมดพีเรียดและโหมดปัจจุบันเนาะ มันเลยกินประเด็นกว้างมาก ทั้งเรื่องชิงรักหักสวาท หักหลังแย่งสมบัติฆาตกรรมอำพรางสุดคลาสสิก มายันการ sanction และ cyber bully ในสังคมสมัยใหม่ หลายๆ อย่างมันอาจจะดูใหม่กว่านี้ ถ้าเมื่อหลายเดือนก่อนไม่ได้มีเพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน 555 พอมาเจอบางประเด็นในรุ่นพี่ มันเลยไม่ตื่นเต้นแล้วอ่ะ เสียดายนิดนึง

ส่วนประโยคขายที่ว่า "ความยุติธรรม แม้แต่คนตายก็ต้องการ" จะมาสะดุดกึกก็ตอนที่แกเขียนถึงบางเหตุการณ์ไว้ในช่วงท้าย ทิ้งบอมบ์เล็กๆ เอาไว้ให้ได้คิดก่อนจบ พานให้ไปคิดถึงอีกหลายๆ เรื่องในสังคมทั้งช่วงนี้และช่วงก่อนหน้านี้ และคิดว่าในอีกหลายๆ ช่วงหลังจากนี้ ยังไงมันก็ต้องมีคนตายที่ต้องการความยุติธรรมอยู่ดี ความจริงใหม่หลายอย่างถูกสร้างฝังทับความจริงที่แท้ หรือปล่อยให้มันละลายไปกับเถ้ากระดูกที่ลอยทะเล ตราบใดที่เรายังไม่เคารพต่อความจริงกันอยู่ บิดเบือนความจริงกันอยู่ เสียงของวิญญาณที่เรียกร้องหาความยุติธรรมก็คงไม่มีวันเงียบลง

รอไปดูหนังด้วยใจจดจ่อ

0 comments: