The Act of Killing: เลวก็บอกว่าเลว

1:13 AM NidNok Koppoets 0 Comments

The Act of Killing 
(2012, Joshua Oppenheimer, T__T)

 

เคยโหลดเรื่องนี้มา ดูไปได้สิบนาทีก็ยอมแพ้ แต่พอเห็นมาเข้าไทยรอบนี้ มีซับไทยพร้อม แถมเป็น Director's cut ด้วย เอาวะ ดูในโรงก็ได้ คราวนี้ดูจบแน่นอน เป็นการบังคับตัวเองไปในตัว

แต่อีซัซซซซซ ทรมานชิบหาย เป็นเกือบสามชั่วโมงที่อึดอัด หดหู่ ปั่นป่วน ดูไปก็สงสัยว่าหนังแม่งเรทอะไรวะ จนพอออกจากโรงมาก็เสิร์ชเจอว่าเป็น น18 โอย กูจะ 29 แล้วยังแทบจะไม่ไหว Visual แม่งโหดสัสๆ จะตายเอา

พอหนังมันพาเราลงไปสำรวจลุงอันวาร์จนหมดไส้ พาไปจนถึงจุดที่แกระเบิดอารมณ์และยอมแล้ว มันก็มีวูบที่เรามองเห็นแกเป็นมนุษย์ที่บกพร่อง หลงผิดคนนึง จนแกแก่เฒ่าและเข้าใจสิ่งที่ทำไปมากขึ้นแล้ว แม่ง กูต้องเห็นใจฆาตกร กูต้องสงสารคนที่ฆ่าคนเป็นพัน หนังมันท้าทายเราแบบนี้ แต่ยังไงล่ะ อย่างน้อยความผิดมันก็หลอกหลอนลุงแกในฝัน และแกเองก็พร่ำพูดเรื่องกรรมไปพร้อมๆ กับการยืนยันว่าสิ่งที่แกทำมันไม่ผิด มันทำให้เห็นว่าแกเป็นมนุษย์ที่ยังมีร้อนมีเย็น อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้อะไรขึ้นมาบ้าง (เมื่อเทียบกับตัวละครที่พูดอย่างหน้าตาเฉยถึงการข่มขืนเหยื่อ)

แต่ที่น่ากลัวกว่าคน คือระบอบที่ครอบเราอยู่ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้สะทกสะท้านหรือรู้สึกผิดใด มันยังคงดำเนินไป และอาจจเข้มแข็งไม่ต่างจากเดิม เพียงแค่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมก็เท่านั้น ความไม่ละอายเมื่อไปผสมรวมกับอำนาจ ย่อมก่อให้เกิดอะไรก็ได้ และที่น่าประหลาดใจ (แต่ชอบนะ) คือการที่ทุกคนพูดเรื่องที่ผิดแบบหน้าตาเฉย พูดเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา ยอมรับว่ามันมีอยู่จริง

คือไม่รู้จริงๆ ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ แต่ชอบที่ไม่พยายามเป็นคนดี คือเราหาแบบนี้ดูในบ้านเราไม่ได้ ให้เราพูดว่าเราเคยฆ่าแมลงสาปโดยไม่ออกตัว หรือฆ่าใน in the name of XXX เราก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก แต่นี่เรากำลังพูดถึงชีวิตคน การใส่ร้าย การคอรัปชัน ที่พูดกันเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็จริง มันเป็นเรื่องปกติ ผู้นำตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ไปจนถึงรัฐมนตรี ล้วนมาจากกองกำลังอันธพาล ที่ไม่ได้แอ๊บใส แต่กลับเปิดหน้าสนับสนุนกันเต็มที่ เออ จริงใจดี จริงใจมากจนอยากทำความเข้าใจสังคมอินโดฯ​ อยากรู้จักมากกว่านี้เลยว่าเราพูดเรื่องแบบนี้กันตรงๆ ได้เลยเหรอ ดีมาก อิจฉา ไม่ต้องสร้างภาพ ไม่ต้องบิดและเป็นคนดีตลอดเวลา จะชั่วก็เปิดหน้าชั่วกันไปเลย เชี่ย แก๊งสเตอร์ ประทับใจ

เมื่อวันก่อนเพิ่งได้อ่านบทความอันนึงว่าด้วยหนังมาเลเซีย ที่มีฉากเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ในไทย ไปอยู่ในหนังแบบภาพชัด อันเซ็นฯ​ แล้วก็มาได้ดู The Act of killing อีก ยิ่งอิจฉาว่า อย่างน้อยเหตุการณ์ที่เป็นตราบาปของประเทศมันก็ได้ถูกเล่า ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง และเปิดหน้าคุยกันแบบตรงๆ เลวก็บอกว่าเลว กระหายเลือดก็บอก ไปให้ถึงแก่นของความเลวเลยว่าทำไปเพราะอะไร เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำนั้นมันถูก เพราะสะใจ หรืออะไรก็ว่าไป แค่พูดกันตรงๆ ไม่ต้องมาบิดเบือน หรือขุดหลุมกลบฝัง เพราะยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว มีคนเห็น มีคนกระเทือนกระทบจากสิ่งนั้นดำรงอยู่เต็มไปหมด

ยอมรับว่ามีการเมาเสียงสนทนาจนเคลิ้มหลับไปช่วงนึง เพราะมึงพูดกันจนกูเหนื่อยจะอ่านซับ แต่พอตื่นได้ก็ตื่นยาว โดยเฉพาะช่วงครึ่งชั่วโมงท้ายที่หนักแบบเหมือนโดนทุบให้ทรมาน สงสารเหยื่อ สงสารตัวละครที่กำลังกายไปเหยื่อ สงสารที่เคยเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริงแบบไม่มีการสั่งคัทเหมือนที่ทำได้ในหนัง และสงสารตัวเองว่ากูมาทำเหี้ยอะไรที่นี่ ทรมานสัสๆ แต่จะรู้สึกถึงขั้นนี้ต้องดูในโรงหนังจริงๆ ว่ะ ความมืดและเสียงทำให้เราจะตายไปกับหนังได้จริงๆ

มีภาพนึงที่ถูกทำซ้ำๆ คือการเอาผ้าดำผูกตาเหยื่อ ตอนดูก็คิดถึงจ่านิว 555 นึกถึงแกตอนที่โดนอุ้ม เข้าใจเลยว่ามันน่ากลัวมาก การอยู่กับคนแปลกหน้าที่มีอำนาจเหนือกว่าโดยที่เรามองไม่เห็นอะไรเลย เป็นภาวะที่โคตรไม่ดี เห็นใจแกมากขึ้นก็ตอนนั้น แล้วพอออกจากโรง ก็เจอจ่านิวออกมาเหมือนกัน เชี่ยเอ๊ย เพิ่งนึกถึงอยู่หยกๆ 555

0 comments: