ที่ถนนท่าพระจันทร์

7:33 PM NidNok Koppoets 0 Comments


โต๊ะหมายเลขสองริมถนนท่าพระจันทร์ถูกจับจองโดยฉันและเพื่อนร่วมทางอย่าง เอย และ ปอย
เหตุผลที่ทำให้เราหยุดที่ร้านนี้ก็เพราะสายตาทั้งสามคู่เกิดบังเอิญไปสะดุดกับบางสิ่ง
อย่างพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
สิ่งนั้นคือ … หมูสับยัดไส้ไข่เค็ม (ถ้ากูจำชื่อมันไม่ผิด)

เสียงร้องจากท้องไส้ดังไปจนถึงสมองที่สั่งการลงมาให้มือจดชื่อรายการอาหารที่ดวงตามองเห็นอยู่ข้างหน้า…ละลานตาไปหมด
สุดท้าย กระดาษแผ่นน้อยก็แออัดไปด้วยรายชื่ออาหารหลากหลาย
ทั้งยำไข่เค็ม เต้าหู้ทรงเครื่อง ปลาหมึกยัดไส้ หมูหวาน หอยจ๊อ กุนเชียง ยำปลาเค็ม ผัดบล็อกโคลี่
ข้าวต้มใบเตยสามถ้วย และที่ขาดไม่ได้คือ เจ้าหมูสับยัดไส้ไข่เค็มตัวการ

ที่อาจหาญสั่งกันเยอะเพียงนี้ก็เพราะแต่ละจานนั้นราคาเพียงจานละสิบบาท
และทันทีที่ข้าวต้มคำแรกเข้าปาก เอย…สหายจ้อยจึงเอ่ยปากขึ้นมาว่า
"แดกกันเยี่ยงราชาเลยทีเดียว" ฉันและสหายปอยพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง



"กูชอบนั่งโต๊ะริมถนนอย่างนี้ว่ะ แม่งเย็นดี ไม่เหมือนโต๊ะข้างใน แม่งอึดอัด" ปอยเอ่ยปากขึ้น

"เออ แถมคราวนี้กับข้าวแม่งดีชิบหาย ไม่เหมือนคราวที่แล้ว เสือกมาตอนร้านจะปิด เลยได้แดกแต่ไข่เจียวๆ" เอยบ่น

"แต่ข้าวต้มมันต้องกินกับไข่เจียวดิวะ" ฉันเพิ่งสังเกตว่าบนโต๊ะคราวนี้ไม่มีไข่เจียวมาร่วมด้วย

"ต้องมากินกันหลายๆคนว่ะ ถึงจะสนุก"
 
"เออ พวกแม่งพลาด"


.

สักพักโต๊ะข้างๆ เราก็มีไอ้ตี๋น้อยตัวอ้วนป้อมกับคุณแม่และพี่ชายเข้ามาเพิ่มเติม พวกเราส่งยิ้มให้เจ้าตี๋และก็ได้รอยยิ้มเล็กๆ กลับมา

นิดนก – "เห็นอย่างนี้แล้วอยากมีลูกว่ะ"

ปอย – "เอาจริงๆกูก็กลัวตอนนั้นว่ะ ตอนทำแม่งอ่ะ"

เอย – "กูถึงว่าไง ว่าทำไมคนเราแม่งไม่ดมหูกันแล้วก็ท้อง"

นิดนก – "กูว่าแม่งน่าเกลียดกว่า *** กันอีกว่ะ มึงลองยื่นหูมาให้กูดมดิ"

เอย (ทำหน้าเหยเก) – "อี๋ๆๆๆ"

ปอย – "แต่ถ้า *** กันด้วยความรักมันก็คงไม่เท่าไหร่ป่าววะ"

นิดนก – "กูว่าแม่งพลิ้วว่ะ"

ปอย – "แต่กูว่าถ้ากูยังเรียนมหา’ลัยอยู่กูคงไม่ทำงั้นว่ะ"

นิดนก – "แน่แหละ ก็เราไม่มีโอกาสไง 555"

เอย – "ใครว่าปอยไม่มีวะ ก็หนุ่มผมยาวคนนั้นไง ฮ่าฮ่าฮ่า"

ปอย – "เฮ้ย ไม่เอาๆๆ ทำไมแม่งไม่เป็น"น้อง…"วะ"

นิดนก – "ปอยแม่งสวยเลือกได้ว่ะ"

ปอย – "ต้องเอยวะ แม่งสาวทรงเสน่ห์ตัวจริง มีประเด็นกับทุกชั้นปี ฮ่าๆ"

เอย – "อีบ้า มึงคิดว่ากูอยากเหรอ"

นิดนก – "อยากอยู่ตรงนี้ตลอดไป ได้เฝ้ามองและห่วงใย…." (อยู่ดีๆก็ร้องเพลงขึ้นมา)

นิดนก - "ถามจริงๆ มึงฟังเพลงนี้แล้วยังคิดอะไรอยู่ป่าววะ"

ปอย – "ไม่แล้วว่ะ จริงๆนะมึง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงตายว่ะ แต่ตอนนี้เฉยๆแล้ว แต่แม่งก็ทำให้กูกลัว กลัวที่จะรักใครมากๆ แล้วกลัวจะเจ็บมากเหมือนคราวที่แล้ว"

เอย – "มันเหมือนระวังไว้ก่อนป่าววะ"

นิดนก – "กูว่าแบบ แต่ก่อนมันจะคิดแต่ด้านดี ไม่เคยเผื่อใจ แต่พอมันผ่านมาแล้วมันจะเริ่มเข้าใจมากขึ้น ประสบการณ์แม่งจะสอน ทำให้มองอีกด้าน ว่าแง่ร้ายแม่งก็มี ถ้าคิดว่ารับมันไหวก็ลุยไปเลย แต่คิดอีกทีความรักแม่งก็ไม่ใช่การทำธุรกิจลงทุนนะ ที่จะต้องมานั่งนึกถึงผลดีผลเสีย มันเป็นอารมณ์มากกว่า พอมันเป็นอารมณ์แล้วมันก็จะไม่แน่นอน ดังนั้นมึงจะไปทฤษฎีกับแม่งไม่ได้ อยากทำอะไรก็ทำ"

เอย - "จริงว่ะ ถ้าอยากทำอะไรก็ทำไปเลยดีกว่า"

ปอย – "กูนับถือมึงอย่างว่ะเอย มึงแม่งไม่เคยกลัวที่จะเจ็บว่ะ อยากทำอะไรก็ตามใจตัวเองไปเลย ดีว่ะ กูชอบ"

เอย – "ถ้าไม่ทำก็ไม่รู้ดิวะว่าผลจะเป็นยังไง"

ปอย – "เดี๋ยวกูมา ไปสั่งเพิ่มก่อน"

ไม่นาน ยำปลากระพง ผัดผักบุ้งไฟแดง และเต้าหู้ทรงเครื่องอีกจานส่งตรงถึงโต๊ะอีกครั้งพร้อมข้าวต้มอีกสองถ้วย พร้อมกับการสานต่อบทสนทนาที่ยังไม่จบ
 


นิดนก – "แต่กูไม่เห็นด้วยกับมึงอย่างนึงนะปอย ที่มึงเคยบอกว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ มึงไม่อยากรู้จัก *** อีกอ่ะ อยากเป็นคนแปลกหน้ากันไปเลย ไม่รู้ว่ะ กูเสียดาย"
 

ปอย - "แต่กูก็ยังยืนยันนะ"

เอย - "แล้วมึงไม่เสียดายความเป็นเพื่อนกันเหรอวะ"

ปอย – "ก็กูกับมันไม่ได้เริ่มแบบเป็นเพื่อนไง"

นิดนก – "กูว่ามันต้องมีบ้างว่ะ อย่างกูก็เสียดายนะ ไอ้เหี้ย ในเมื่อมันเริ่มมาในสถานะหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลาแล้วมันจะกลับมาที่จุดนั้นอีกไม่ได้วะ กูเชื่อว่าไอ้ความสัมพันธ์ช่วงรอยต่อตรงนั้นแม่งแข็งแรงที่สุดนะ แม่งเสถียรว่ะ คือไม่ว่ามึงจะก้าวล้ำไปถึงขึ้นไหนแล้ว สุดท้ายมึงก็จะกลับมาที่จุดนั้นได้อีกโดยไม่มีเงื่อนไข อยู่ที่ว่ามึงจะเปิดใจรึเปล่า"

ปอย – "นั่นแหละ ที่กูอยากรักษาตรงนั้นของกูกับน้องเอาไว้ กูยังอยากคุยกับแม่งต่อไป อยากเป็นพี่น้องกับแม่งต่อไป"

นิดนก – "กูก็อยากว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"

เอย – "อิ่มแล้วว่ะ"

ปอย – "เหมือนกันว่ะ"

นิดนก – "งั้นเก็บตังค์เลยแล้วกัน"

แม่ค้านับนิ้วและขมุบขมิบปากเล็กน้อย ก่อนจะคิดคำนวณในใจด้วยความเชี่ยวชาญขั้นพิเศษ ก่อนจะสรุปรวมราคาค่ามื้อเย็นของพวกเราในวันนี้ว่ามีมูลค่า สองร้อยยี่สิบห้าบาท

นิดนก – "นี่เด็กแม่งก็จะสอบโอเน็ตเอเน็ตเหี้ยไรนั่นแล้วนี่หว่า จะได้มีน้องอีกแล้วว่ะ" มือก็กำลังหยิบเงินในกระเป๋าออกมาร่วมลงขัน

ปอย – "อยากไปรับน้องแล้วว่ะ ปีนี้เละแน่ๆ"

เอย – "จริงว่ะ ปีสามแม่งชิวสุด เมาอย่างเดียวเลย"

นิดนก – "เออ ว่าแต่….เหล้าคณะแม่งอยู่ไหนวะ?"
 

...


เราสามคนเดินออกจากร้าน ด้วยกระเพาะอาหารที่อัดแน่นไปด้วยข้าวต้มและกับเลิศรส
แต่ภายในหัวใจยังว่างเปล่า เหมือนไม่มีที่ยึดเหนี่ยว ไม่มีที่ไป

คนหนึ่ง … ดูเหมือนจะมีหลายทางเลือก แต่ไม่อาจเลือกได้เลยสักทาง


คนหนึ่ง … กำลังเสียดายกับความสัมพันธ์สถานะพี่น้อง ที่ดูเหมือนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้


และอีกคนหนึ่ง … กำลังกลัวที่จะรัก เพราะความรักครั้งก่อนทำร้ายจนทำให้หวาดกลัว


เราพูดคุยกันด้วยความเงียบ … เหมือนจะเข้าใจกันและกันดี 

เอย ปอย และฉัน ร่ำลากันที่ถนนท่าพระจันทร์
ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อดำเนินชีวิตของแต่ละคนต่อไป


ฉันส่งเพื่อนทั้งสองขึ้นรถเมล์สาย 524 ไป
แล้วออกเดินเพื่อขึ้นรถกลับบ้านบ้าง


ฉับพลันสายตาของฉันก็มองเห็นบางอย่าง
ฉันเห็นบางคนที่ด้านหนึ่งของถนน …
บางคน ที่ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่า


เรายังรู้จักกันอยู่ไหม ?


….

 


ปล.
*สเปซนี้เต็มไปด้วยถ้อยคำและความคิดที่หยาบคาย ซึ่งล้วนมาจากบทสนทนาจริงสองผู้หญิงสามคน 555
*และที่แน่ๆ สามคนนี้ . . . โ ส ด
*และบางเรื่องต้องขอสงวนไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะไม่อาจเปิดเผยบางเรื่องได้ในที่สาธารณะ



(บล็อกนี้เขียนเอาไว้เมื่อวันที่ 24/02/2007)


-----------------------------------------------

เนื่องจากบล็อกนี้มีคอมเมนท์คมๆ เยอะ ขอรวมเอาไว้ตรงนี้เลยละกันนะ


มาท่าพระจันทร์แล้วขอให้พวกเธออยู่เป็นกลุ่มใหญ่ได้เท่านี้นน่ะ
รักกัน รักท่าพระจันทร์ ใช้ชีวิตที่นิให้คุ้มน่ะ อีก 2 ปีเธอจะรู้ว่า พวกเรารู้สึกอย่างไร
แต่สามสาวสวยโสดนิมาท่าพระจันทร์หนุ่มๆจะห้ามใจไหวหรอ
โดยเฉพาะสาวติดกิ๊บ 5 5 5 5 รุ่นน้องเข้ามาคงมีโจทย์เพิ่มอีกคนแน่ เสน่ห์แรงจริง
อยากไม่โสดบอกได้น่ะจ๊ะแม่สาวติดกิ๊บ 5 5 5
Sasawat
24/02/2007 at 14:58

------------------------- 

5555อย่างราชาจริงๆ
ผญ เชี่ยไรว่ะ พูดหยาบทุก3คำเลย
วันหลังต้องมากันให้ครบจะได้สั่งกับเยอะกว่านี้

คืนก่อนรี่มาให้ข้อคิดกูไว้
ทำให้คิดว่ากะหนุ่มผมยาวถ้าเค้าโทรมากูก้อคุยนะ55
แต่ไม่เห็นโทรมา555555555แป่ว

ส่วนเรื่องผู้ชายสร้างบ้านที่กุก็ยังคงแอบเชียร์นะ
ด้วยเหตุผลที่มึงเองคงรุ้ดี

รังสิตแม่งเป็นที่ ที่ทำให้เราผูกพันกัน
แต่ท่าพระจันทร์ทำให้เราโตขึ้นว่ะ


ขอบคุณสำหรับ ข้าวต้มข้างถนนและคนสามคนที่ไม่เคย*สมหวังนะ

:: ปOย*
24/02/2007 at 15:26

------------------------- 


เดินสายกินกันสักทีไหมค้า อ่านแล้ว อยากกินชะมัด
55
แหม อยากอยู่ในบทสนทนานี้ด้วยจัง พูดถึงขั้นตอนที่ปอยจะทำ** เพื่อการมีบุตร
อยากแสดงความคิดเห็นจริงๆ 55
แต่ดมหูของเอยเนี่ย รี่ขอคัดค้านจริงๆน่ะ
เอวี  (//>.<)// ..ไม่สนับสนุนค่ะ ไม่ยอมมมม 55555


….
ความกลัว — มันทำให้เราปิดกลั้น
ไม่กล้าสักที อยู่กับที่ ไม่ไปไหน

ลองดูหน่อยไหม
เสี่ยงกันสักตั้ง
เอาชนะความกลัวดู …

บางทีมันอาจก้าวผ่านได้ไม่ยากก็ได้นะ

เป็นกำลังใจให้เสมอ
นะจ๊ะ


..,
รังสิต ค่ำคืนนั้น ดีจัง
รักพวกเราเป็นที่สุด ..
ไม่มีวันเป็นอื่นแล้วล่ะ* ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

ท่าพระจันทร์ เอ้าา เที่ยววววววววววววววววโว้ยยยยยย 555

เชอะ ะ รี่
24/02/2007 at 19:18

------------------------- 
 
ทำไมกูพลาดเรื่องการกินไปได้ว้า..
เอะ หรือพวกเมิงดีใจ ที่ไม่มีกูร่วมแบ่งปันอาหารตรงนั้นวะ
555+  รักกูหน่อยเหอะ

เป็นบทสนทนาที่แม่งโคดขำและสะท้านใจลึกๆ ในช่วงเวลาที่ไร่เรี่ยกันมาก จนกูแทบเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทัน
ตลอดเรื่องที่กูอ่าน ถึงแม้กูจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น
กูก้คิดตลอด (ในตอนแรกว่า เชี่ย..ไมกูไม่ได้กินเยี่ยงราชามั่งวะ)
ว่า ทำไมพวกเมิงสุดยอดกันอย่างนี้วะ
กูชอบพวกเมิงที่ เปิดเผย/เปิดใจ พูดอะไรกันตรงๆอย่างนี้
แม้แม่งจาดูไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงเค้าทำกัน (ตั้งแต่เมนูการสั่งอาหารแล้ว ยันคำพูดคำจา)
แต่กูรู้สึกว่า มันเปนวงสนทนาที่ดู อบอุ่น มากมาก
จนกูเนี่ยรู้สึกว่า การที่ได้พูดอะไรกับใครสักคน ที่มันเข้าใจในความรู้สึกเราได้ดี
บางที ความว่างเปล่าเล็กๆที่เป็นตอผุดๆโผล่ๆอยู่ ก้เหมือนมีน้ำอุ่นๆที่มากลบ ให้ไอตอนั้นมิดได้
ช่วงเวลาหนึ่ง ให้รู้สึกอบอุ่นใจ ก่อนน้ำมันจะลดลงไป
และสุดท้าย ตอ อันนั้น มันก้ยังอยู่ของมันตรงนั้นคอยสะกิดใจก้ตาม

สุดท้าย ไม่มีใคร กูว่า พวกเราก้ยังมี "กันและกัน" นะ
รักค่ำคืนรังสิต
รักพวกเมิงที่สุด*
Noo
24/02/2007 at 22:40 

 
------------------------- 

 
สมจริงประหนึ่งกูยืนฟังพวกมึงคุยกันเลยว่ะ…
แล้วคราวหน้าไปกินกัน 555

ความกลัวทำให้เราไปอยากเริ่มก้าวจริงๆ

**สายใยของพวกเราเริ่มต้นที่รังสิต
**และจะสานต่อไปไม่รู้จบที่ท่าพระจันทร์
***รักพวกมึง

Patcharaparn
24/02/2007 at 23:05


-------------------------  

 
โอ๊ววว ….

เส้นทางความรักของ สาวสาวสาว

ความคิดแต่ละคน ต่างความคิด


ขยาด สู้ ไม่แน่ใจ *

เพราะอะไร ทำไมถึงเช่นนั้น



สักวันพวกพี่ต้องสะหมี๊ แน่นอน 55555

Mim
25/02/2007 at 01:56 


------------------------- 

 
อ่านแล้วอิน กัดกินหัวใจ ยิ่งกว่าแมงกินฟันเสียอีก
สู้ต่อไปไอหลาน สู้เค้าๆในทุกเรื่องๆ เป็นกำลังใจให้เสมอ
…คิดถึง……….รังสิต…ว่ะ 5555

peerana
25/02/2007 at 02:57

-------------------------  
  
7-11 โซนซีแห่งเดียวที่กูไม่ได้นรั่ง ไป1ปี เห้อ

 YoS
25/02/2007 at 03:57

-------------------------

555 ถอดเทปได้ทุกคำพูด ขอนับถือๆ

แหมสาวสวยโสดทั้งสาม ถ้ามาอยู่ท่าพระจันทร์คงไม่โสดแล้วแหฃะ

เสน่ห์เกินห้ามใจกันทุกคน

Vishaya
25/02/2007 at 15:40

-------------------------
 
สวัสดี สาว3คนนั้น
ณ พื้นที่ริมทางเดินท่าพระจันทร์

พร้อมกับบทสนทนาอันเร้าจิต
และเมนูอาหารที่ล้นจนเกือบไม่พอ1หน้ากระดาษ
กินกันอย่างพระราชินี ขาดก็แต่พระราชา ผู้ร่วมบัลลังก์ 55

กุว่านะเว้ยความรักอ่ะ

มันก็เหมือนกับการขึ้นรถไฟ
มันไม่สำคัญที่ว่ารถไฟขบวนนั้นกำลังจะมุ่งหน้าไปไหน
แต่มันสำคุญที่เรากล้าที่จะขึ้นไปกับรถไฟขบวนนั้นต่างหาก

แต่มันก็น่ากลัวเนาะ
เพราะเราไม่รุ้ว่าสิ่งที่เราต้องเผชิญข้างหน้ามันคืออะไร??
สู้ต่อไปหว่ะ พวกเราคงจะสมหวังกันได้สักครา

ตอนนี้เวลาที่รังสิต*กำลังจะหมดลงไป
ถึงเวลาที่เราจะก้าวต่อไปที่ท่าพระจันทร์*
แต่เราทั้งหมดจะไปด้วยกัน
"จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน.." พี่เบิ้ดแกว่าไว้ -*-

ปล,,ไว้ครบทีมแล้วเราไปถล่มร้านกันใหม่

 OEY
25/02/2007 at 23:02


-------------------------

ทุกสิ่งอย่างในช่วงระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา
เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ มากมาย
ทำให้ฉันรู้ว่า "โลกกว้าง" ไม่ได้สวยงามและน่าค้นหาอย่างที่หวัง
และ "เส้นแบ่งระหว่างคนดีกับคนโง่มันห่างกันเพียงนิดเดียว"

พยายามจะคิดอยู่เสมอว่ามันจะเปนประสบการณ์ที่ทำให้ฉันไม่พลาดซ้ำ
แต่บางครั้ง *ภาพความทรงจำ ก็กลับมาทำร้ายกันโดยไม่รู้ตัว
ถึงมันจะไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บปวดอีกต่อไป
แต่มันก็ทำให้ฉันเจ็บกับ *ความกลัว กับการเริ่มที่จะรู้สึกดีดีกับใครสักคน

แต่คงจะมีสักวัน..ที่ฉันจะกล้าพอ
ปล่อยใจให้ความรู้สึกได้เต็มตื้นกับความสุข และไม่กลัวที่เจ็บอีกครั้ง
มากกว่าจะต้องกดความรู้สึกต่อไปด้วยความหวาดหวั่นลึกๆ

เราอาจจะก้าวออกมาจาก *ความกลัว ไม่พร้อมกัน
แต่ความกล้าของใครสักคน ก็อาจจะทำให้แกกล้าที่ก้าวออกมาได้อย่างมั่นใจในไม่ช้า
ขอให้แกโชคดี ..

ปล.บางครั้งมันก็สายเกินกว่าที่จะถอยหลังกลับไป
ตั้งใจสอบละกันนะ และก็มีความสุขมากๆ ด้วย
Happy Birth Day ฟู่ๆ 555+

อาจจะดูเหมือนห่างไกล
แต่ก็ *รักพวกแกเสมอนะ

Sunanya
27/02/2007 at 20:16

------------------------- 
 
 
แด่...เซเว่นโซนซี,,แห่งเดียวในโลก

0 comments: