JP14 EP.11: Unga - คลอง

3:53 PM NidNok Koppoets 0 Comments

11.
うんが
UNGA คลอง


ลากขาเป๋ๆ มาโผล่ที่เมือง Kurashiki (倉敷市) ที่อยู่ห่างจาก Okayama มาไม่กี่นาทีโดยรถไฟ จากสถานีก็เดินตามป้าย Bikan Historical Quarter ประมาณสิบห้านาทีก็จะถึงโซนคลองที่ว่า แต่เราหิวข้าว เลยแวะร้านราคาประหยัดแถวนั้นก่อน

เมื่อเติมพลังเสร็จ ก็เดินกะเผลกๆ เข้าไปในโซนที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมุ่งหน้ามาเยือน เป็นจุดขายของเมืองคุราชิกิ ซึ่งก็คือคลองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ  โดยเมืองคุราชิกินั้นมีความสำคัญในฐานะที่เป็นจุดลำเลียงและกระจายข้าวในภูมิภาคนี้เลย ชื่อเมืองคุราชิกิ ก็แปลว่า เมืองแห่งโกดัง ซึ่งในความเป็นจริง บ้านที่เรียงรายอยู่รอบๆ คลองก็คือโกดังเก็บข้าวนั่นเอง

ปัจจุบันนี่พวกบ้านเก่าและโกดังทั้งหลายก็ได้กลายสภาพเป็นร้านค้าบ้าง บ้านเรือนบ้าง และโดยมากจะเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ น้อยๆ ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชม มีตัวไฮไลท์ก็คือ Ohara Museum ที่เป็นพิพิธภัณฑ์งานศิลปะตะวันตกแห่งแรกในญี่ปุ่น มีงานของปิกัสโซ่, พอลลอค เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าพนิตชนกไม่ได้เข้าไปเลยซักอัน เพราะไม่มีเงิน และไม่มีแรงจะเดินเข้าไปที่ไหนอีกแล้ว อาการปวดขานี่แม่งรุนแรงมากจนทำให้หมดอารมณ์จะดื่มด่ำกับอะไรทั้งสิ้นไปเลย อยากทำแค่สองอย่าง คือนั่ง กับนอน

หลังจากเดินสำรจจครบไปหนึ่งรอบ จึงไปซื้อตั๋วขึ้นเรือถ่อชมคลองตามประสานักท่องเที่ยวที่ดี ตั๋วราคา 500 เยน หาซื้อได้ที่ Tourist Information Center ประจำเมือง ส่วนท่าเรือก็อยู่ฝั่งตรงข้ามตึกที่ซื้อตั๋วนี่แหละ

ที่ท่าเรือ จะมีคุณลุงสามสี่คนใส่หมวก ใส่เสื้อแดงยืนรอต้อนรับ จากนั้นแกจะส่งหมวกงอบมาให้เราใส่ แล้วเรียกขึ้นเรือ รอบที่เรานั่งคือมีเราเป็นชาวต่างชาติแต่เพียงผู้เดียว การบรรยายทั้งหมดจึงเป็นภาษาญี่ปุ่นโดยคุณลุง ที่พายเรือด้วยไม้ไผ่ไม่ใช่ไม้พาย คือไม่มีส่วนแบนส่วนป้านอะไรทั้งนั้นอ่ะ ไม้ไผ่แท่งๆ นี่แหละถ่อไปเลย

จับใจความได้หนึ่งอย่าง คือ คลองนี่ลึกแค่เมตรเดียวเท่านั้น พอมองลงไปก็เออ จริงว่ะ มองเห็นพื้นด้านล่างได้เลย ซึ่งก็อเมซซิ่งแล้วว่าพี่ดูแลคลองอายุร้อยกว่าปีให้ใสขนาดนี้ได้ไงวะ นอกนั้นฟังไม่ออก แต่คุณป้าที่นั่งด้านหลังเราชวนคุณลุงคนพายคุยใหญ่ ถามเจาะเหมือนจะเอาข้อมูลไปทำรายงานส่งครู คือแกมาท่องเที่ยวเชิงลึกจริงๆ ค่ะ ส่วนที่แถวหน้าเป็นครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ยังหนุ่มสาว และลูกสาววัยไม่กี่เดือน มีช่วงนึงที่เรือหันหัวกลับ และบนสะพานมีเด็กนักเรียนหญิงม.ปลายยืนกันอยู่เพียบ อีพวกเด็กๆ แม่งแอ๊วคุณพ่อที่อุ้มลูกอยู่ ไม่เกรงใจเมียเค้าอะไรทั้งนั้นอ่ะ พวกน้องคงกะว่าเจอกันครั้งเดียวแอ๊วให้สุด เออ คิดเหมือนกูเลยเว้ย

นั่งเรือใช้เวลาประมาณ 15 - 20 นาทีก็หมดรอบ จากนั้นก็เดินไปสำรวจ Kurashiki Ivy Square เป็นโซนตึกสีอิฐบล็อกแดง มีร้านเทียนทำมือ ขายผ้า ขายงานฝีมือ ไม่ใช่แนวเรา ก็เลยออกจากตรงนั้นเร็วหน่อย อาการปวดขานี่คือมาถึงจุดพีค ขอลากลับบ้านก่อนล่ะค่ะ

จึงอำลา Okayama และ Kurashiki มาแบบไม่ได้มีเรื่องเล่าอะไรมาก เพราะโดนอาการปวดขาบดบังไปหมด ขึ้นชินคังเซ็นกลับมาโอซากาแบบหลับยาวมาเลย ยังดีว่าตื่นมาทันลงไม่งั้นเลยยาวไปโตเกียวแน่ๆ
แล้วก็ไปเดินดูย่าน Namba ที่ใครๆ เค้าก็ต้องไปกัน แต่กลายเป็นว่าเราไม่ชอบเลย อาหารก็ไม่อยากกินเพราะมันแพง และดูเน้นขายนักท่องเที่ยวมากเกินไป ร้านค้านี่คนแน่นเลยและส่วนใหญ่เป็นคนไทยหมด อ้าวนี่อยู่มาบุญครองเหรอ

เดินไปจนถึงคลอง Dotonbori ก็เจอภาพบาดใจ เป็นป้ายกูลิโกะที่ไม่มีเธอ (อายาเสะ) อยู่บนนั้น เหตุผลที่ทำให้มาถึงโอซากาก็เพื่อมาถ่ายรูปกับป้ายนี้ที่มีเธอ แต่ประมาณอาทิตย์นึงก่อนเดินทาง ก็เจอข่าวอายาเสะมากดปุ่มเปิดป้ายใหม่ด้วยน้ำมือของเธอเองที่นี่ จบแล้วความฝัน แต่เอาวะ วันนั้นอายาเสะมายืนบนเวทีตั้งอยู่ตรงนี้ ขอมาหายใจทับที่หน่อย (ดูโรคจิตมาก)

เมื่อผิดหวังเป็นอย่างยิ่งกับ Namba ก็เลยกลับ Umeda ย่านบ้านเราดีกว่า ชอบ Umeda มากกว่าเยอะเลย ร้านค้าขายของอะไรก็มีเหมือนกัน แต่คนไม่เยอะเท่า และนักท่องเที่ยวไม่เดินกันให้ควั่กขนาดนี้ แต่นาทีนั้นให้เดินต่อก็ไม่ไหวแล้ว จึงเข้าบ้านไปนอนร้องไห้เพราะปวดขา ...

เปล่าเลยค่ะ ไปเปิดทีวีดูละคร Kyou wa Kaisha Yasumimasu ที่ฉายสดๆ อยู่ในจอทีวีญี่ปุ่น เป็นอีกมิชชั่นที่ต้องมาทำและทำสำเร็จแล้ว ไหว้วานให้ปุ๊กกี้ (เพื่อนที่ให้อาศัยบ้านนอน) ถ่ายรูปให้ อีปุ๊กกี้ก็บ้าจี้กดชัตเตอร์รัวๆ มาเป็นสิบภาพ การได้มาดูละครญี่ปุ่นที่เรารักบนแผ่นดินญี่ปุ่นเราก็ว่ามันฟินมากแล้ว แต่ได้ดูละครที่มีดาราที่เราชอบแบบสดๆ บนแผ่นดินแม่นี่มันพิเศษมาก เป็นประสบการณ์การดูละครที่จะไม่มีวันลืมไปจากใจ (โอ๊ย อีนี่ก็เว่อร์)


ที่นี่ๆ คือ คืนนี้นอนแบบปวดขามาก ถ้าตื่นแล้วไม่หายจะไปหาหมอแล้วนะ...








0 comments: